posttoday
เอสเอ็มอีฟื้น6เดือนเปิดกิจการเพิ่ม2.5หมื่น

เอสเอ็มอีฟื้น6เดือนเปิดกิจการเพิ่ม2.5หมื่น

19 สิงหาคม 2553

6 เดือนแรก เอสเอ็มอีแห่เปิดกิจการ 2.5 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 29% เพราะเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัว ความต้องการสินค้ามีมากขึ้น รวมถึงเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกขึ้น

6 เดือนแรก เอสเอ็มอีแห่เปิดกิจการ 2.5 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 29% เพราะเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัว ความต้องการสินค้ามีมากขึ้น รวมถึงเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกขึ้น

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2553 (ม.ค. – มิ.ย.) มีจำนวนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เปิดกิจการใหม่ 2.5 หมื่นราย เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 29.6% เนื่องจากได้รับอานิสงค์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าของผู้บริโภคเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยกิจการที่เปิดใหม่มาก เช่น การก่อสร้างอาคารทั่วไป ตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวแทนจัดหานายแบบและนางแบบ บริการด้านธุรกิจ และ ขายส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตร เป็นต้น

ขณะเดียวกันพบว่าเอสเอ็มอีไทยเริ่มเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินมากขึ้นซึ่งง่ายต่อการเปิดกิจการ เนื่องจากทุกธนาคารเน้นการแข่งขันเพื่อแย่งลูกค้ารายเล็กเพราะเป็นกลุ่มที่มีปริมาณถึง 99% ของเจ้าของกิจการทั่วประเทศ จากเดิมที่พบว่าเอสเอ็มอีเกือบ 2 ล้านราย ต้องใช้เงินออมจากครอบครัว เงินยืมจากญาติพี่น้อง และกู้เงินนอกระบบ

ส่วนผู้ที่ปิดกิจการมีเพียง 5,457 ราย ลดลง 80.6%  โดยเป็นกิจการก่อสร้างมากสุด รองลงมา อสังหาริมทรัพย์ บริการด้านธุรกิจอื่น ธุรกิจการท่องเที่ยวและนำเที่ยว และ ขายส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน แต่ที่เป็นห่วงมากคือจะมีผู้ประกอบการบางรายได้ปิดกิจการ เพื่อหนีการเสียภาษีนิติบุคคลแล้วก็หันมาเปิดกิจการใหม่

“ครึ่งแรกของปีพบว่าจำนวนเอสเอ็มอีของไทยยังอยู่รอดได้ในปริมาณมากและมีรายใหม่เปิดกิจการเพิ่มขึ้น เพราะคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่องเห็นได้จากการใช้กำลังการผลิตเดือนมิ.ย. อยู่ระดับ 50.48% เพิ่มขึ้น 7.48% ขณะที่สินค้าในสต็อกกลับลดลง ดังนั้นคาดว่าทั้งปีจะมีเอสเอ็มอีเปิดใหม่ไม่ต่ำกว่า 5-6 หมื่นรายแน่นอน” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

สำหรับในช่วงครึ่งหลังของปี 2553คาดการณ์ว่า เอสเอ็มอีจะขยายตัวชะลอลงจากช่วงครึ่งแรกของปีนี้  โดยการส่งออกและการบริการมีแนวโน้มขยายตัว  แต่ปัญหาเงินบาทแข็งค่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้  รวมทั้งในช่วงไตรมาส 3 และต้นไตรมาส 4 เป็นช่วงโลวซีซั่นของการท่องเที่ยวส่งผลให้เอสเอ็มอีภาคบริการหดตัวลง  โดย สสว.คาดว่ามูลค่าโดยรวม (จีดีพีเ) ของอสเอ็มอีปีนี้จะอยู่ที่ 4.2-5.2 % และการส่งออกของเอสเอ็มอีทั้งปีจะขยายตัว 8.6-11.7 % ส่วนการขยายกิจการและเลิกกิจการน่าจะใกล้เคียงกับช่วงครึ่งแรกของปี ซึ่งคาดว่าอาจจะเปิดกิจการในอัตราเฉลี่ยจะอยู่ที่เดือนละ 4,000 ราย       

ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น  ซึ่งในระยะสั้นอาจยังไม่กระทบกับเอสเอ็มอีมากนักเพราะส่วนใหญ่เอสเอ็มอีใช้เงินออมลงทุน  แต่ในระยะยาวจะส่งผลต่อการลงทุนที่มีมูลค่าสูงและต้องขอสินเชื่อจากธนาคาร  โดยจะทำให้โอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของเอสเอ็มอีลดลง  ซึ่งเอสเอ็มอีจะต้องระมัดระวังในการขอสินเชื่อที่นำไปลงทุนที่มีมูลค่าสูง  และควรหาโอกาสเพิ่มรายได้ของกิจการ เช่น การขยายตลาดใหม่ เพิ่มประเภทสินค้าหรือบริการ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า  รวมทั้งอาจขอเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อยืดระยะเวลาการชำระหนี้หรือขอใช้อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี