
วิชั่น‘มานิดา ซินเมอร์แมน’ ผู้อยู่เบื้องหลังนิคมทวาย
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โครงการนิคมอุตสาหกรรมทวาย ณ วันนี้มีความชัดเจนมากขึ้น จากการบรรลุของตกลงทั้ง 3 ฝ่าย อันได้แก่ รัฐบาลเมียนมา ไทย และธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือเจบิก โดยผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือ มานิดา ซินเมอร์แมน ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทฮันตัน แอนด์ วิลเลี่ยมส์ (ไทยแลนด์) เล่าถึงโครงการนี้ว่า โครงการนิคมทวายเริ่มต้นพัฒนาโดยรัฐบาลเมียนมา แต่ที่จริงอยู่ติดชายแดนไทย เดินทางจาก จ.ราชบุรี จ.กาญจนบุรีไป ใกล้กว่าจากเมืองย่างกุ้งมาทวาย ซึ่งหากพัฒนาโครงการนิคมทวายขึ้นมาได้จริง จะทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่างมาก
ทั้งนี้ เนื่องจากเมียนมาจะต้องส่งสินค้าผ่านไทย ซึ่งเรียกว่าอีสเทิร์น คอร์ริดอร์ส่งต่อไปแหลมฉบัง เป็นตัวเชื่อม เพราะไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ เช่น จากเมียนมาจะไปญี่ปุ่น ก็ต้องขึ้นทางบกไปท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งที่ผ่านมาโครงการนี้ล้มลุกคลุกคลาน เพราะรัฐบาลเมียนมามีความเสี่ยงจากการเลือกตั้ง จนหลายฝ่ายรอเลือกตั้งเสร็จ พอผ่านการเลือกตั้งรัฐบาลเมียนมานิ่ง เวลานี้ญี่ปุ่นก็เข้ามาลงทุน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มีการทำสัญญาร่วมทุน 3 ฝ่าย คือ รัฐบาลไทย เมียนมา และเจบิก ตอนนี้เจบิกเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น 1 ใน 3 ของนิคมทวาย
“จากเดิมการร่วมทุนรัฐบาลไทยถือหุ้นครึ่งหนึ่ง รัฐบาลเมียนมาถือหุ้นครึ่งหนึ่ง ในสัดส่วน 50% ต่อ 50% เท่ากัน ตั้งขึ้นมากำกับโครงการ ซึ่งอิตาเลียนไทยเป็นเหมือนผู้รับสัมปทาน โดยโปรเจกต์ไม่ได้เป็นของเขา เซ็นสัญญาเช่า 99 ปี คนที่วางแผนการพัฒนานั้นจะเป็นตัวจอยต์เวนเจอร์ หลังจากสัญญาเปลี่ยนเป็นผู้ร่วมทุน 3 ฝ่ายแล้วซึ่งมีเจบิกเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นด้วยเท่ากัน ในสัดส่วนหุ้น 33.33% เท่ากัน ทั้ง 3 ฝ่าย ซึ่งตั้งแต่เจบิกเข้ามาเมื่อปี 2558 ได้เริ่มเห็นการพัฒนาโครงการทวายที่ชัดเจนขึ้นเป็นเจบิก เป็นตัวชี้เพราะเข้ามาร่วมลงทุน การที่ธนาคารของญี่ปุ่นเข้ามาอีกไม่ช้า และสามารถดึงนักลงทุนจากญี่ปุ่นเข้ามาได้”
มานิดา กล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่แบบนี้ต้องมีผู้ที่ลงทุนก่อสร้างถนน ท่าเรือ อย่างทำถนนรัฐบาลไทยเพิ่งให้รัฐบาลเมียนมากู้เงินทำถนนไป เพื่อให้โครงการเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเป็นถนนเชื่อมจากเมืองทวายและเข้ามาประเทศไทย พอญี่ปุ่นมาจะมีท่าเรือน้ำลึก โรงเหล็ก โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก็ต้องมา ญี่ปุ่นคือของจริงอย่างอุตสาหกรรมเหล็กกล้า
“เวลานี้โครงการอยู่ระหว่างเดินหน้าตามแผนแม่บท เช่น ทำโซนโรงไฟฟ้า ท่าเรือน้ำลึก ก็มีผู้ประกอบการไทยเข้าไปประมูลเพื่อดำเนินการอยู่ เพราะถ้าโรงไฟฟ้าและท่าเรือสร้างไม่เสร็จก็จะส่งของไม่ได้ เหมือนกับการสร้างหมู่บ้านจัดสรร ต้องมีไฟฟ้าเข้ามาก่อนแล้วค่อยมาปลูกบ้าน ซึ่งเมื่อเริ่มก่อสร้างจริงแล้วจะไปได้เร็วมาก เหมือนขึ้นตึก พอฐานรากเสร็จก็จะไปได้ไว”
สำหรับโครงการนิคมทวายนี้เริ่มมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยทางบริษัท ฮันตัน แอนด์ วิลเลี่ยมส์ (ไทยแลนด์) ซึ่งเป็นทนายความโครงการดังกล่าวได้ดูแลมานาน 4 ปีแล้ว ถือเป็นคนกลางที่ต้องทำงานเพื่อผลประโยชน์ของทั้ง 3 ฝ่ายให้ได้อย่างลงตัว หรือเพื่อประโยชน์สูงสุดของจอยต์เวนเจอร์ ต่อจากนี้ต้องจับตาดูโครงการทวายที่ผู้ร่วมทุนจากทั้ง 3 ชาติ ยืนยันว่าโครงการไม่ได้มุ่งหวังกำไรเป็นตัวตั้ง แต่มุ่งที่ว่าโครงการที่เกิดขึ้นนั้นจะเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันได้อย่างที่ตั้งไว้หรือไม่







