
ซื้อรถใหม่แล้วมีปัญหา
ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีข่าวผู้บริโภคออกมาร้องเรียนปัญหาจากการซื้อรถยนต์ใหม่อยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน ซ่อมแล้วซ่อมอีกก็ไม่หาย ร้องเรียนไปบริษัทเจ้าของรถก็ปฏิเสธที่จะรับซื้อรถคืนหรือเปลี่ยนรถใหม่ ทิ้งเป็นภาระให้เจ้าของรถต้องคอยนำรถเข้าศูนย์ ซึ่งเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยของผู้ใช้รถ
ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีข่าวผู้บริโภคออกมาร้องเรียนปัญหาจากการซื้อรถยนต์ใหม่อยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน ซ่อมแล้วซ่อมอีกก็ไม่หาย ร้องเรียนไปบริษัทเจ้าของรถก็ปฏิเสธที่จะรับซื้อรถคืนหรือเปลี่ยนรถใหม่ ทิ้งเป็นภาระให้เจ้าของรถต้องคอยนำรถเข้าศูนย์ ซึ่งเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยของผู้ใช้รถ
เมื่อไม่นานมานี้มีผู้บริโภคท่านหนึ่งซื้อรถยนต์ใหม่มือหนึ่ง ในราคาเกือบ 2 ล้านบาท แต่เมื่อรับรถมาใช้ได้ 4 เดือน พบว่ารถยนต์มีอาการสั่นรุนแรงและสตาร์ทไม่ติด ทำให้ต้องส่งเข้าศูนย์ซ่อม ซึ่งภายหลังศูนย์ซ่อมได้เปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ใหม่ เพราะทางศูนย์แจ้งว่าปัญหาเกิดจากแบตเตอรี่เสื่อม ทำให้ผู้ร้องข้องใจว่าทำไมรถยนต์ใหม่ถึงมีปัญหาเช่นนี้ เมื่อสอบถามจึงพบว่ารถคันดังกล่าวผลิตในปี 2557 ทำให้อาจมีปัญหาแบบนี้ได้ คุณสุนีย์จึงมาร้องเรียนยังศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค เพื่อขอคำปรึกษาเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่จะตกลงซื้อรถยนต์คันดังกล่าว ได้แจ้งกับพนักงานแล้วว่าต้องการรถรุ่นใหม่ล่าสุด หรือรุ่นที่ผลิตในปี 2558
ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะนำให้ผู้ร้องขอข้อมูลการซ่อมที่ผ่านมาทั้งหมดจากศูนย์บริการ เพื่อให้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นและประวัติต่างๆ พร้อมส่งจดหมายถึงบริษัทเจ้าของรถยนต์ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการแก้ไขปัญหา ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันว่า รถคันดังกล่าวไม่ใช่รุ่นที่ผู้ร้องต้องการ
ดังนั้น ตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาจองรถ พบว่า หากบริษัทมีการส่งรถไม่ตรงตามสัญญา เช่น ผิดรุ่นดังกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ผู้ร้องสามารถคืนรถคันดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเจรจากับบริษัทก็ได้รับการชี้แจงว่า รถยนต์รุ่นดังกล่าวไม่มีการผลิตในปี 2558 ซึ่งรถคันนี้เป็นรถใหม่แต่อาจจอดทิ้งไว้นานจนทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น แต่บริษัทยินยอมรับผิดชอบด้วยการคืนเงินที่ลูกค้าจ่ายไป พร้อมปิดไฟแนนซ์ให้ และมีการหักค่าเสื่อมตามระยะเวลาที่ได้ใช้งานไป ด้านผู้ร้องยินดีรับข้อเสนอดังกล่าวจึงยุติการร้องเรียน
ก่อนหน้านี้ก็มีกรณีที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับผู้เสียหายจากการซื้อรถยนต์ใหม่แล้วเจอปัญหาในการใช้งาน ซึ่งใช้เวลาเรียกร้องตามขั้นตอนของกฎหมาย ตั้งแต่ร้องเรียนไปยังบริษัทผู้ผลิตจำหน่ายรถยนต์ ร้องต่อ สคบ.ไปจนถึงการฟ้องร้องต่อศาล ซึ่งมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคให้คำปรึกษากับผู้เสียหายรวมแล้วกว่า 10 ราย หลังต่อสู้กว่า 3 ปี ศาลก็ตัดสินให้ผู้เสียหายชนะคดี บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด







