
อาชีพสุดฮิต ติดกระแสทศวรรษ
การเปลี่ยนผ่านของโลกตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ยุคสังคมเกษตร ยุคสังคมอุตสาหกรรม จนกระทั่งถึงยุคสังคมฐานความรู้ เมื่อยุคเปลี่ยนไปก็ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม อุตสาหกรรม ตลอดจนโมเดลทางธุรกิจ
การเปลี่ยนผ่านของโลกตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ยุคสังคมเกษตร ยุคสังคมอุตสาหกรรม จนกระทั่งถึงยุคสังคมฐานความรู้ เมื่อยุคเปลี่ยนไปก็ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม อุตสาหกรรม ตลอดจนโมเดลทางธุรกิจ
การแนะแนวทางให้กับอาจารย์แนะแนว 200 กว่าคนทั่วปริมณฑล เพราะครูแนะแนวจะต้องดูเรื่องการบริหารความเสี่ยงการบริหารอนาคต การแนะแนวต่อไปในอนาคตจะต้องประกันความเสี่ยงว่าเรียนแล้วจะต้องไม่ตกงาน เพราะความต้องการแรงงานมีความเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของตลาดและภาวะเศรษฐกิจ พบสถิติที่น่าสนใจมากๆ คือ 1) การบัญชี-19.71% 2) แพทยศาสตร์-18.75% 3) บริหารธุรกิจ-12.02% 4) คอมพิวเตอร์-10.10% 5) วิศวกรรมศาสตร์-10.10% 6) การตลาด-8.65% 7) นิติศาสตร์-8.17% 8) พยาบาลศาสตร์-4.81% 9) การจัดการ-4.33% 10) รัฐศาสตร์-3.36%
สุขุม เฉลยทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ให้เหตุผลว่า การที่สาขาการบัญชีอยู่ในอันดับ 1 เนื่องจากการทำธุรกรรมต่างๆ การบริหารธุรกิจ การจัดการ การประกอบกิจการไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ต้องใช้บุคลากรทางด้านบัญชี นอกจากนี้ หากธุรกิจมีนโยบายดีเท่าใดแต่ก้นถุงรั่ว หรือไม่มีการคิดเรื่องความคุ้มทุน ค่าใช้จ่าย แม้จะใช้คอมพิวเตอร์คำนวณได้ แต่บัญชีนั้นเป็นวิทยาศาสตร์ที่ไม่เป็นธรรมชาติอย่างไรก็ต้องอาศัยบุคคลในการวิเคราะห์
สำหรับแพทย์นั้นถือว่ามีการขาดแคลนบุคลากร แต่คนที่จะเรียนได้ต้องมีสติปัญญาที่ดี และต้องมีค่าใช้จ่ายในการเรียนที่สูงถ้าไม่ได้ทุนรัฐบาลซึ่งแพทย์และพยาบาลอยู่ในอันดับท็อปเทนตลอด ส่วนการตลาดหรือบริหารจริงๆ แล้วต้องยอมรับว่า ความต้องการด้านบุคลากรด้านการตลาดมีมาก แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยยังต้องมีฝ่ายการตลาดของตัวเอง เพราะยุคของการแข่งขันมีมากขึ้น ด้านคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันเนื่องจากมีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้ต้องอาศัยคนกลุ่มนี้
สำหรับนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ด้วยความที่โลกอยู่ในยุคของการแข่งขัน การแย่งชิงทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัด เรื่องของกฎหมาย การปกครองเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ โดยหากเปรียบเทียบผลวิจัยระหว่างปีที่ผ่านมากับปีนี้เห็นการเปลี่ยนแปลง คือ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์เดิมอยู่ต่ำกว่าท็อปเทน แต่ที่สามารถก้าวขึ้นอันดับท็อปเทนได้ เชื่อว่าเป็นเพราะปัจจุบันเกิดกรณีความขัดแย้งที่ต้องอาศัยด้านกฎหมายมากขึ้น
ในขณะที่ปีที่แล้วการเรียนสาขาสิ่งแวดล้อมมีความชัดเจนมากขึ้นก็ติดอยู่ในอันดับ เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ต่างๆ เนื่องจากการศึกษาของไทยขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เช่น ถ้ารัฐบาลมุ่งไปเรื่องของอุตสาหกรรมหลักสูตรด้านอุตสาหกรรมก็จะเกิด ถ้ารัฐบาลมุ่งเรื่องของการเงินธนาคารทำให้ธนาคารเกิดขึ้นหลายแห่ง หลักสูตรด้านการเงินธนาคารก็เกิด หรือช่วงที่มีเรื่องของประชาธิปไตยคนก็มองว่าถ้าต้องการเรียนกฎหมายก็ควรเรียนที่ธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ หากหลังการเลือกตั้งเกิดรัฐประหารอีกนโยบายต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยน อาชีพต่างๆ ที่จะเรียนก็จะมีผลเปลี่ยนแปลงไปด้วย
อาชีพอะไรก็ตามที่มีความเป็นธรรมชาติมากๆ ซึ่งเทคโนโลยีเข้ามาแทนไม่ได้ เช่น ศิลปะบางแขนงที่จะต้องใช้อารมณ์และความสุนทรียภาพมากๆ ก็จะต้องอาศัยการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้สอนบวกกับประสบการณ์ในการทำงานมาผสมผสานเพื่อเป็นหลักสูตรที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถเปิดสอนเป็นจำนวนมากได้ เพราะขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของผู้เรียน ทำให้สาขาศิลปวิทยาการทั้งหลายไม่มีวันที่จะตกงาน เพราะผลิตได้ไม่เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม 10 อาชีพนี้มีเหตุผลเพียงพอที่จะเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนได้ในอนาคต เพราะมีความสำคัญต่อภาคธุรกิจทั้งสิ้น เช่น อาชีพนักบัญชี นักบริหาร และนักการตลาดที่ตลาดต้องการ นั่นคือ การเน้นคุณภาพเป็นสำคัญ ซึ่งปัจจุบันคนที่จะมาทำงานด้านบริหารไม่ใช่มีแค่ความรู้ทางวิชาชีพเท่านั้น ยังต้องรู้ภาษาที่ 2 และ 3 ด้วย เพราะไทยมีชาวต่างชาติมาลงทุนมากขึ้น ทั้งยังต้องมีความรู้เท่าทันการบริหารธุรกิจและรัฐกิจ กฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนอาชีพที่เกี่ยวกับความมั่นคงของมนุษย์นั้นจะไม่มีวันตกงาน เพราะมนุษย์ทั้งหลายต้องขับเคลื่อนชีวิตไปบนความมีสาธารณสุขส่วนตนทั้งสิ้น







