
กางผลวิจัยCLMV สินค้าไทยขึ้นแซง
ฮาวาสริเวอร์ฯ เผยผลสำรวจตลาดซีแอลเอ็มวี สินค้าไทยยังได้เปรียบ-ผู้บริโภคมั่นใจคุณภาพ-ภาพลักษณ์สินค้าไทยสูงสุด
ฮาวาสริเวอร์ฯ เผยผลสำรวจตลาดซีแอลเอ็มวี สินค้าไทยยังได้เปรียบ-ผู้บริโภคมั่นใจคุณภาพ-ภาพลักษณ์สินค้าไทยสูงสุด
นายสันติพงศ์ พิมลแสงสุริยา ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ฮาวาสริเวอร์ออคิด ผู้ให้บริการธุรกิจสื่อสารการตลาดในซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท ฮาวาสฯ ได้ทำการวิจัยเมื่อไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เพื่อศึกษาหาข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึกในตลาดซีแอลเอ็มวีเกี่ยวกับระดับความเชื่อมั่นของแหล่งที่มาภาพลักษณ์และคุณภาพของสินค้าไทย และสินค้าจากประเทศอื่นๆ อาทิ สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ เกาหลี ยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จากกลุ่มตัวอย่างรวม 2,016 คน จาก 4 กลุ่มประเทศในซีแอลเอ็มวี ประเทศละ 504 คน โดยในภาพรวมสินค้าไทยได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคอยู่ในระดับสูงในทุกด้าน
ทั้งนี้ จากการวิจัยพบว่าผู้บริโภคในกลุ่มซีแอลเอ็มวีทั้ง 4 ประเทศ มีความเชื่อมั่นในแหล่งที่มาของสินค้า ดังนี้ผู้บริโภคในกัมพูชาและลาวให้ความเชื่อมั่นกับสินค้าที่มาจากไทยสูงสุดเท่ากับสินค้าที่มาจากญี่ปุ่น เช่นเดียวกับผู้บริโภคในเมียนมาที่ให้ความเชื่อมั่นกับสินค้าที่มาจากไทยสูงสุดเท่ากับสินค้าที่มาจากยุโรป ในขณะที่ผู้บริโภคในเวียดนามให้ความเชื่อมั่นกับสินค้าที่มาจากไทยเป็นอันดับสองรองจากสินค้าที่มาจากญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบในด้านความเชื่อมั่นสินค้าไทยของผู้บริโภคในตลาดซีแอลเอ็มวีนั้น ทำให้ไม่มีประเทศใดมีความได้เปรียบเท่ากับไทย ซึ่งไทยยังได้เปรียบทั้งทางด้านภูมิประเทศ ทำให้สามารถทำการค้าขายและการขนส่งสินค้าข้ามเขตชายแดนได้ รวมถึงมีความเป็นอยู่ที่ใกล้เคียงกัน โดยผู้ประกอบการไม่ควรทำธุรกิจแบบเข้าไปหวังผลระยะสั้น ซึ่งจะส่งผลกับความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยในระยะยาว
สำหรับบริษัทได้แนะนำผู้ประกอบการไทยทำวิจัยและวางแผนธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนกิจการอย่างมีกลยุทธ์ รวมถึงจะต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้าไปในตลาดในระยะยาว และมีความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนแผนงานให้ทันท่วงที ด้วยซีแอลเอ็มวีเป็นตลาดที่เปลี่ยนแปลงไวมาก







