posttoday
ลงทุนต้องคุ้มค่า

ลงทุนต้องคุ้มค่า

05 กันยายน 2559

นโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) เพื่อเร่งเดินเครื่องการลงทุนให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวตามเป้าที่วางไว้ ถือเป็นทางออกหนึ่งในเชิงยุทธศาสตร์

นโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) เพื่อเร่งเดินเครื่องการลงทุนให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวตามเป้าที่วางไว้ ถือเป็นทางออกหนึ่งในเชิงยุทธศาสตร์

แต่เกิดประเด็นคำถามตามมาด้วยว่า การลงทุนในโครงการนั้นๆ จะมีความคุ้มค่าและส่งผลให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวมีความยั่งยืนจริงหรือไม่ จะเกิดปัญหาพิพาทกับภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการในภายหลังหรือไม่

โดยเฉพาะปัญหาความคุ้มทุน การปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญา ภาระค่าบริการต่อประชาชน ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องนำมาประกอบการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้การดำเนินโครงการมีความรอบคอบ มิใช่เร่งรัดการลงทุนเพียงหวังเป้าหมายระยะสั้นในแง่การสร้างเศรษฐกิจให้คึกคัก และหวังจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมในกิจการของรัฐเร็วขึ้นเท่านั้น

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้นโยบายการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-หัวหิน ที่เปิดทางด้วยการเพิ่มเงื่อนไขจูงใจให้เอกชนเข้ามาลงทุนทั้งสองโครงการ ภายหลังเอกชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลได้ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลขยายระยะเวลาสัมปทานโครงการจาก 30 ปี เป็น 50 ปี

นอกจากนี้ ยังได้มีการเสนอเพิ่มสิทธิการพัฒนาที่ดินข้างทางรถไฟความเร็วสูงในปริมาณที่มากขึ้นด้วย เงื่อนไขดังกล่าวเป็นการอ้างความคุ้มค่าในการลงทุน โดยฝ่ายเอกชนต่อรองว่าหากต้องการให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเกิดเร็ว รัฐบาลต้องให้สิทธิทั้งการก่อสร้างและการพัฒนาเมืองควบคู่ไปด้วยกัน

นั่นหมายถึงเป็นการต่อรองที่ฝ่ายรัฐต้องยกโครงการให้เอกชนดำเนินการทั้งหมด ทั้งงานโยธา งานระบบ อาณัติสัญญาณ ระบบไฟฟ้า ตัวรถ และงานเดินรถ พร้อมกับขอยืดเวลาสัมปทานจาก 30 ปี ออกไปเป็น 50 ปี และได้สิทธิพัฒนาที่ดินข้างทางไปพร้อมๆ กันด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อควรคำนึงให้มากสุดก็คือ แม้ภาครัฐต้องการผลักดันให้โครงการเกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อหวังผลด้านเศรษฐกิจ แต่ประเทศจะต้องได้ประโยชน์สูงสุดและในระยะยาวไม่เกิดปัญหาตามมา ค่าตอบแทนที่รัฐจะได้จากการให้สัมปทานต้องคุ้มค่า

ขณะเดียวกัน ระบบขนส่งดังกล่าวต้องเป็นทางเลือกในการให้บริการประชาชน ไม่ใช่การเอื้ออำนวยระบบการขนส่งสินค้า หรือระบบโลจิสติกส์ของเอกชนที่เข้ามาลงทุนเท่านั้น

ที่น่ากังวลอีกประการก็คือ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ต้องใช้วงเงินลงทุนสูง แต่ท้ายที่สุดอาจไม่สามารถตอบโจทย์การเดินทาง และยังซ้ำซ้อนกับโครงการอื่นๆ ในประเด็นนี้อาจต้องเลือกโครงการใดโครงการหนึ่งเพื่อความคุ้มค่าและตอบสนองการใช้งานจริง

ดังนั้น หากรัฐบาลไม่พิจารณาปัจจัยอย่างรอบด้าน ประเทศจะไม่ได้ประโยชน์ในระยะยาว ขณะเดียวกันอาจต้องมาแบกรับปัญหาในภายหลัง

ท้ายที่สุดเป้าหมายการผลักดันให้ประเทศไทยข้ามพ้นกับดักรายได้ปานกลางก็ไม่เกิดขึ้นจริง เพียงเพราะเร่งรีบตัดสินใจจนเกินไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท