
แตะเบรกไฟฟ้าหมุนเวียน เรกูเลเตอร์เล็งหั่นอัตรารับซื้อ
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจมหภาคโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจมหภาคโพสต์ทูเดย์
ในห้วงเวลาการบริหารประเทศของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กว่า 2 ปีที่ผ่านมา ต้องถือได้ว่านโยบายสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนต่างๆ เห็นผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะการอนุมัติโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ที่ค้างท่อ 170 โครงการ กำลังผลิตติดตั้ง 985 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ปัจจุบัน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือเรกูเลเตอร์ อนุมัติรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จากภาคเอกชนไปแล้ว 3,024 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ ยังมีโครงการผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนอีกหลายโครงการที่เรกูเลเตอร์มีภาระผูกพันที่จะต้องรับซื้อไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ เช่น โครงการพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ (โซลาร์ฟาร์มส่วนราชการ) 600 เมกะวัตต์ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อปเสรี) 100 เมกะวัตต์ โครงการผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนจากขยะอุตสาหกรรม 50 เมกะวัตต์ โครงการผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนจากขยะชุมชน 100 เมกะวัตต์ และโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ 36 เมกะวัตต์ เป็นต้น
ทั้งนี้ จากการติดตามความคืบหน้าของการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ตามแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558-2579 (AEDP 2015) ผลปรากฏว่า ณ เดือน เม.ย. 2559 มีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนสูงถึง 9,041 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายของแผน AEDP 2015 ที่ตั้งเป้าหมายที่ 16,778 เมกะวัตต์
ประกอบด้วย 1.ไฟฟ้าชีวมวลรับซื้อแล้ว 3,494 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 5,570 เมกะวัตต์ในปี 2579 2.ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รับซื้อแล้ว 3,024 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 6,000 เมกะวัตต์ในปี 2579 3.ไฟฟ้าพลังงานลมรับซื้อแล้ว 1,616 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 3,002 เมกะวัตต์ในปี 2579 4.ไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะรับซื้อแล้ว 409 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 550 เมกะวัตต์ในปี 2579 5.ไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพรับซื้อแล้ว 405 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 1,280 เมกะวัตต์ในปี 2579 6.ไฟฟ้าพลังน้ำ (ไม่รวมพลังน้ำขนาดใหญ่) รับซื้อแล้ว 36 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 376 เมกะวัตต์ในปี 2579 และ 7.ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ รับซื้อแล้ว 57 เมกะวัตต์
จึงเรียกได้ว่าในช่วงกว่า 2 ปี มีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเกินครึ่งทางแล้ว และสะท้อนให้เห็นว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้รับความสนใจจากธุรกิจเอกชนเป็นจำนวนมาก ทำให้ล่าสุด พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน แสดงความเป็นห่วงว่า การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีจำนวน 9,000 เมกะวัตต์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะทำให้ต้นทุนผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และจะส่งผ่านเป็นภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชนผ่านการคำนวณค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) จึงมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เกาะติดในเรื่องนี้ เนื่องจากยังเหลือเวลาอีกเกือบ 20 ปี แต่กลับมีการรับซื้อไฟฟ้าสูงเกินครึ่งทางของเป้าหมาย
วีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) กล่าวว่า สาเหตุที่ปรากฏข้อมูลว่ามีการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก ต้องยอมรับว่าเป็นผลจากการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในโครงการเก่าที่ค้างท่ออยู่ จึงทำให้เหมือนมีโครงการที่เข้าระบบเร็ว แต่ก็ยังไม่เกินไปจากเป้าหมายที่วางไว้
“ในช่วงที่ผ่านมาเรกูเลเตอร์กำหนดกรอบเวลาโครงการค้างท่อที่จะยื่นเสนอขายไฟฟ้าไว้ชัดเจน คือ ถ้าใครทำไม่ได้ก็ต้องหมดสิทธิไป ส่วนคนที่เคยอ้างว่าขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆ ทำให้การผลิตไฟฟ้าล่าช้านั้น ตอนนี้ก็คงไม่มีปัญหาแล้ว เพราะมีระบบของจุดบริการที่ให้เอกชนสามารถยื่นขอใบอนุญาตต่างๆ ได้ที่เดียว คือ ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) จึงทำให้การรับซื้อไฟฟ้าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจึงมองดูเหมือนว่ามีมาก” วีระพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลว่าการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจำนวนมากจะกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้า ยืนยันว่า เรกูเลเตอร์จะติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในปัจจุบันเทคโนยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงเร็วและทำให้ต้นทุนการผลิตเริ่มถูกลง เช่น ไฟฟ้าโซลาร์เซลล์และไฟฟ้าพลังงานลม ดังนั้น เรกูเลเตอร์อยู่ระหว่างการศึกษาแนวโน้มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหนุนเวียนที่ปัจจุบันต้นทุนลดลงมาก เพื่อปรับหรือทบทวนมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระบบ Feed in Tariff (FiT) ในปัจจุบันให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงต่อไป
“ขณะนี้มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เฉลี่ยน่าจะเหลือเพียง 4 บาท/หน่วย ส่วนพลังงานลมต้นทุนก็ลดไปเยอะเช่นกัน แต่ระบบ FiT ที่เริ่มใช้เป็นช่วงปลายปี 2558 กำหนดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานลม FiT อยู่ที่ 6.06 บาท/หน่วย และโซลาร์เซลล์อยู่ที่ 5.66-6.8 บาท/หน่วย ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนยังมีข้อจำกัดการผลิตไฟฟ้าที่ไม่เสถียรและไม่สามารถผลิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สัญญาซื้อขายต้องเป็นรูปแบบ Non-Firm เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น เราจึงมีแผนศึกษามาตรการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนขนาดเล็กแบบผสมผสาน หรือ SPP-Hybrid โดยผสมผสานการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ พลังงานลม และไฟฟ้าชีวมวล เพื่อทำให้การซื้อขายไฟเป็นแบบ Firm และทำให้ระบบมั่นคง” วีระพล กล่าว
วีระพล ระบุว่า แนวโน้มการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจากนี้ไปก็ต้องขึ้นกับนโยบายของรัฐบาลเป็นหลัก รวมทั้งต้องพิจารณาความเหมาะสมอื่นๆ ด้วย เช่ย ต้นทุนเชื้อเพลิง ระบบสายส่ง เทคโนโลยีการผลิต และการกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่จะไม่สร้างภาระให้ประชาชนมากเกินไป







