
แบงก์สแกนมัลแวร์ ล้างระบบ เรียกเชื่อมั่นลูกค้า
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ ชลลดา อิงศรีสว่าง
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ ชลลดา อิงศรีสว่าง
เป็นครั้งแรกที่ธนาคารไทยถูกแฮ็กเกอร์ปล่อยมัลแวร์ใส่ระบบเอทีเอ็ม และโจรกรรมเงินไปได้มากถึง 12 ล้านบาทในครั้งเดียว กรณีที่ธนาคารออมสินโดนโจรข้ามชาติปล้นเงินไปนั้นเป็นกรณีตัวอย่างให้ธนาคารแห่งอื่นๆ ต้องรีบป้องกันโดยเร่งด่วน เพราะบริษัท เอ็นซีอาร์ ออกรายงานผ่านเว็บไซต์ระบุเบื้องต้นว่าคนร้ายที่ใช้มัลแวร์นี้เจาะระบบของธนาคารมีเป้าหมายที่จะไปใช้กับตู้เอทีเอ็มอื่นๆ
คนร้ายสามารถโจรกรรมข้อมูลเรื่องรหัสผ่านที่เกี่ยวข้อง แล้วเจาะเข้าสู่ระบบเครือข่ายเอทีเอ็มของธนาคารที่เป็นการเชื่อมต่อระหว่าง ระบบตู้เอทีเอ็มทุกแห่ง และเป็นการโจมตีเครือข่ายภายในของสถาบันการเงิน ซึ่งเมื่อลักลอบเข้าไปได้ แฮ็กเกอร์จะสามารถคัดลอกวิธีการจัดการของเซิร์ฟเวอร์ หมายถึงการปลอมตัวเป็นเซิร์ฟเวอร์แล้วส่งมัลแวร์ไปตามระบบสู่เป้าหมาย
ในกรณีของธนาคารออมสินนั้น การโจมตีจะดำเนินการใน SDMS เวอร์ชั่น 2.3.0 จากบริษัท InfoMindz เท่านั้น ยังไม่พบการแพร่ของมัลแวร์ในเวอร์ชั่นซอฟต์แวร์อื่น
เอ็นซีอาร์ ตรวจพบมัลแวร์ 3 เวอร์ชั่น คือ รูปแบบแรก MD5: b428c8af87e85522dc847f054f4d1e5f, รูปแบบที่ 2 คือ MD5: 15632224b7e5ca0ccb0a042daf2adc13 และรูปแบบที่ 3 คือ MD5: c092bf1244c88b6e7e112e3614db79dc
ส่วนการแก้ไขนั้น ได้แนะนำให้ป้องกันเพิ่มเติมด้วยการจำกัดไอพีเซิร์ฟเวอร์ SDMS ด้วยการแก้ไขไฟร์วอลล์เอทีเอ็มเพื่อป้องกันการเข้ามาเชื่อมต่อพอร์ต SDMS จากที่อยู่ IP ไม่ใช่ SDMS, จำกัดช่วงเวลาที่ส่งอัพเดทได้ ติดตั้งซอฟต์แวร์ VPN ในตู้เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายธนาคาร และมอนิเตอร์ตู้ที่การเชื่อมต่อหลุดไปเป็นเวลานาน
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ไม่ควรตื่นตระหนกกับคำเตือนของเอ็นซีอาร์มากจนเกินไป เพราะหากมีการตรวจตราและดูแลระบบอย่างเข้มข้น ก็จะพบความผิดปกติในระบบได้เร็ว ความเสียหายจะไม่เกิดขึ้น การถูกเจาะปล่อยมัลแวร์เข้าไปในระบบสามารถจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ สามารถที่จะแพร่ระบาดไปในระบบเอทีเอ็มได้ทุกตู้ ทุกยี่ห้อ หากผู้ดูแลระบบเผอเรอ
“ทางชมรมไอทีของสมาคม ได้หารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด ที่จะช่วยกันดูแลระบบของธนาคารสมาชิก ไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น ไม่ว่าจะเกิดกับระบบของธนาคารเอง หรือระบบที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการลูกค้า เพราะเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับความเชื่อถือที่ลูกค้ามีกับธนาคาร ซึ่งทุกธนาคารได้เข้าไปสแกนระบบของตัวเองทั้งหมดเพื่อดูช่องโหว่ หากพบก็จะปิดความเสี่ยงให้หมด” แหล่งข่าวเปิดเผย
ทางด้าน ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ยืนยันว่า ขอให้ลูกค้ามั่นใจเพราะมัลแวร์ได้เจาะเข้าไปที่ตู้เอทีเอ็มของเอ็นซีอาร์ที่มีอยู่กว่า 3,000 ตู้เท่านั้น ยังไม่สามารถเจาะเข้าระบบคอร์แบงก์ของธนาคารได้
ทั้งนี้ มัลแวร์ที่ส่งมาให้เจาะเครื่องมือตัวหนึ่งที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ สำหรับใช้สั่งการเปลี่ยนหน้าจอ เช่น กรณีที่ธนาคารจะเปลี่ยนโฆษณาหน้าจอเอทีเอ็ม จะใช้วิธีการผ่านเครื่องมือหรือเซิร์ฟเวอร์ตัวนี้ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนร้ายได้เจาะเช้าระบบผ่านตู้เอทีเอ็มที่ จ.ภูเก็ต แล้วออกคำสั่งไปยังตู้ต่างๆ ในจังหวัดอื่นๆ ได้
แนวทางการแก้ปัญหาตอนนี้คือ ทางเอ็นซีอาร์ได้ออกโปรแกรมป้องกันมัลแวร์เพื่อล้างคำสั่งได้แล้ว และได้จัดเตรียมทีมงานติดตั้งโปรแกรมใหม่จำนวน 60 ทีม ลงพื้นที่ทั่วประเทศ ทยอยดำเนินการติดตั้งและเปิดบริการวันละ 200 ตู้ เริ่มจากการถอดเครื่องมือ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ทำให้สามารถส่งคำสั่งไปที่จอต่างๆ โดยเริ่มจากตู้เอทีเอ็มที่ จ.ภูเก็ต ก่อน และจะทยอยถอดชิ้นส่วนนี้ในทุกตู้ ซึ่งทางเอ็นซีอาร์ได้แจงเรื่องแนวทางการแก้ปัญหาครั้งนี้ไปยังประเทศที่ใช้เครื่องเอ็นซีอาร์ทั่วโลกแล้ว
อย่างไรก็ดี ระหว่างที่เตรียมส่งคนลงพื้นที่ และทยอยลงโปรแกรมและถอดชิ้นส่วนคำสั่งหน้าจอออกคาดว่าจะทำได้วันละ 200 เครื่อง หรือสัปดาห์ละ 1,000 เครื่อง รวมแล้วใช้เวลา 3 สัปดาห์ ถึงจะดำเนินการแก้ปัญหาแล้วเสร็จทั้งกว่า 3,000 เครื่อง ภายในเดือน ก.ย.นี้







