
อิตาลีและโปรตุเกส ปัญหาต่อไปของยุโรป
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปได้กลายเป็นประเด็นความกังวลที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากที่สุดว่าอาจจะก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจกับยุโรปอีกครั้งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจของอังกฤษในช่วง 2 เดือนหลังการลงประชามติ กลับไม่ได้ออกมาแย่มากนักตามที่คาดไว้ ในขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษก็ได้ทยอยประกาศมาตรการพยุงและกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อตลาดการลงทุนได้พอควร นอกจากนี้ข้อมูลหลายๆ ตัวของยุโรปโดยเฉพาะจากพี่ใหญ่อย่างเยอรมนี ก็ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ถึงแม้ว่าภาพรวมของเศรษฐกิจยุโรปจะยังชะลอตัวอยู่ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของยุโรปก็ยังไม่น่าวางใจ ระเบิดเวลาที่รอจุดชนวนเป็นวิกฤตรอบใหม่ของยุโรปกลับกลายเป็นภาระหนี้ที่ส่อแววว่าจะมีปัญหาทั้งในประเทศอิตาลีและโปรตุเกส โดยธนาคารพาณิชย์ในอิตาลีมีปัญหาหนี้เสียที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2008 และเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยหนี้เสียรวมทั้งระบบอยู่ที่ราว 3.6 แสนล้านยูโร หรือคิดเป็น 16% ของสินเชื่อรวม และมีการประเมินกันว่าต้องการเงินทุนจำนวนถึง 4 หมื่นล้านยูโร เพื่อรองรับผลขาดทุนจากหนี้เสียเลยทีเดียว
ในขณะที่ปัญหาของประเทศโปรตุเกสก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลโปรตุเกสปรับตัวสูงขึ้น เพราะนักลงทุนต้องการผลตอบแทนเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากโอกาสที่โปรตุเกสอาจจะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลงสู่ระดับต่ำกว่าที่ลงทุนได้ (Non-Investment Grade) การถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าว นอกจากจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินของภาคเอกชนในโปรตุเกสปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลเสียต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแล้ว ยังอาจจะส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาลโปรตุเกสไม่ถูกจัดอยู่ในข่ายถูกเข้าซื้อ โดยโปรแกรมการเข้าซื้อพันธบัตรของธนาคารกลางยุโรป หรือมาตรการคิวอี และอาจจะส่งผลต่อเนื่องทำให้ดอกเบี้ยในประเทศโปรตุเกสปรับเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาหนี้นั้นทำได้ยากขึ้นไปอีก
ดังนั้น ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นยุโรปจะปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมาจากความคาดหวังของการออกมาตรการเพิ่มเติมของธนาคารกลางยุโรป แต่จากความเสี่ยงจากปัญหาหนี้เสียที่ยังคงอยู่ จึงทำให้หุ้นยุโรปยังคงไม่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นที่มีปัญหาน้อยกว่า







