
ลดคาดการณ์ ขึ้นดอกเบี้ยเฟด
ตลาดหุ้นเด้ง หลังนักลงทุนลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ตลาดหุ้นเด้ง หลังนักลงทุนลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
เมื่อวันศุกร์ตลาดหุ้นยุโรปพุ่ง 2% แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนครึ่ง ดาวโจนส์ ขยับขึ้น 0.42% ทองคำบวก 0.73% หลังสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.51 แสนตำแหน่งในเดือน ส.ค.ต่ำกว่าคาด ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.9% นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 1.8 แสนตำแหน่งในเดือน ส.ค. และอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.8%
ด้านตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือน ส.ค. ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 62.8%
ทั้งนี้ นักลงทุนได้ลดความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. สู่ระดับ 18% จากเดิมที่ 27% ส่วนเดือน พ.ย. ปรับลงสู่ 24.8% จาก 31.6% และเดือน ธ.ค. ปรับลงสู่ 53.5% จาก 57.6%
อย่างไรก็ดี ตลาดแรงงานสหรัฐยังคงแกร่งพอที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในเดือน ธ.ค.
ด้านราคาน้ำมันเด้งหลังจากประธานาธิบดีรัสเซียส่งสัญญาณให้รัสเซียและกลุ่มโอเปกบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลง ความเห็นนี้กระตุ้นการคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงภายในเดือนนี้ น้ำมันดิบเบรนต์เด้ง 3% ปิดที่ 46.83 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ด้านตลาดหุ้นไทย สัปดาห์ก่อนดัชนี SET เซหลุดแนวรับ 1,530 จุด สัญญาณทางเทคนิคเป็นลบ ก่อนเด้งขึ้นมาปิดอยู่ที่ 1,521.48 จุด ท่ามกลางแรงขายของนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ต่างชาติชะลอการซื้อ
ปัจจัยบวกภายนอกที่นักลงทุนลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่ราคาน้ำมันเด้ง น่าจะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นไทยเด้ง แต่จะติดแนวต้าน 1,530 และ 1,540 จุด ตามลำดับ
หุ้นไทยยังอยู่ในช่วงแกว่งสร้างฐานต่อไป หลังวิ่งขึ้นมาเร็วโดยมีแนวรับที่ 1,500 จุด ติดตามการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารยุโรปและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ เช่น ความเชื่อมั่นผู้บริโภค เครื่องชี้ภาคบริการ และรายงานภาวะเศรษฐกิจของเฟด (Beige Book)
ช่วงตลาดย่อตัวมองเป็นโอกาสลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มีโมเดลการทำธุรกิจที่ดี หรือกำลังปรับเปลี่ยนโมเดลการทำธุรกิจ และ/หรือ ได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ แนะซื้อ AOT, BEAUTY, BJC, CHG, CK, HMPRO, ILINK, IRPC, KCE และ ROBINS (ศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทวิเคราะห์พื้นฐานของธนชาต)







