
ซื้อไฟฟ้าทดแทนทะลัก
“พล.อ.อนันตพร” สั่งเกาะติดแผนพลังงานทดแทนหลังพบยอดซื้อไฟฟ้า 2 ปี พุ่ง 9,000 เมกะวัตต์
“พล.อ.อนันตพร” สั่งเกาะติดแผนพลังงานทดแทนหลังพบยอดซื้อไฟฟ้า 2 ปี พุ่ง 9,000 เมกะวัตต์
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามการดำเนินงานของแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว 5 แผน โดยเฉพาะแผนพัฒนาพลังงานทดแทน พ.ศ. 2558-2579 (AEDP 2015) ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนค่อนข้างมาก โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาหรือปี 2558-2559 ภาครัฐมีพันธะผูกพันซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแล้ว 9,000 เมกะวัตต์ ซึ่งสิ่งสำคัญจะต้องคำนึงถึงการพัฒนาของเทคโนโลยีในอนาคตที่จะมีต้นทุนที่ต่ำลงและก่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน
“แม้ว่าการดำเนินตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2015) จะมีอุปสรรคบ้างทั้งเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะต้องเลื่อนออกไป รวมทั้งการบริหารจัดการเชื้อเพลิงต่างๆ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการปรับแผนใดๆ แต่ได้ให้ไปติดตามแผนพลังงานทดแทนในประเด็นความมั่นคง และการทำให้เกิดความสมดุล ตลอดจนต้องเป็นพลังงานที่ผลิตได้ตลอด 24 ชม. และไม่กระทบกับต้นทุนค่าไฟ เพราะปัจจุบันภาครัฐได้รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนแล้ว 9,000 เมกะวัตต์ จากแผนที่กำหนดซื้อไฟฟ้า 1.6 หมื่นเมกะวัตต์ในปี 2579” พล.อ.อนันตพร กล่าว
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า สนพ.ติดตามแผนพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้ในการปรับแนวทางการรับซื้อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะพลังงานทดแทนบางประเภท เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วและมีแนวโน้มต้นทุนลดลง แต่ก็ต้องยอมรับว่าการผลิตไฟฟ้ายังไม่เสถียรพอ เพราะผลิตได้เฉพาะกลางวัน จึงยังไม่ตอบโจทย์ของระบบการผลิตไฟฟ้า และหากจะต้องลงทุนเพื่อให้มีระบบกักเก็บพลังงานก็ต้องลงทุนเพิ่มอีก 5-8 เท่าตัว
“ในเร็วๆ นี้จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นถึงแนวทางการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสาน หรือ (SPP-Hybrid) ที่มีหลักการ คือ 1.จะต้องมีการผสมผสานเชื้อเพลิงต่างๆ ได้ เช่น ผสมแสงอาทิตย์กับพลังงานชีวมวล ฯลฯ 2.การขายไฟจะต้องเป็นแบบสัญญา Firm และ 3.มีระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งแนวทาง ดังกล่าวจะทำให้เกิดความมั่นคงแก่พลังงานทดแทนมากขึ้น” นายทวารัฐ กล่าว
นายเริงชัย คงทอง ผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.มีแผนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเช่นกัน โดยจะขอโควตาผลิตในช่วงปี 2560-2569 ประมาณ 1,500-2,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่ กฟผ.ผลิตพลังงานทดแทนในระบบ 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ







