posttoday
กว่าจะถึง Industry 4.0

กว่าจะถึง Industry 4.0

01 กันยายน 2559

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้พานักศึกษาหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” (วธอ.) รุ่นที่ 3 ไปดูงานที่ญี่ปุ่น (อีกแล้ว) คราวนี้ได้ไปเห็นความก้าวหน้าของวิทยาการในอนาคตของ “Panasonic Center Tokyo” ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “Wonder Life-Box” ซึ่งต่างจากที่ผมเคยเห็นภายใต้แนวความคิดเรื่อง “Smart Living” ซึ่งน่าทึ่งมากของ Toyota (เมื่อสองปีที่แล้ว)

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้พานักศึกษาหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” (วธอ.) รุ่นที่ 3 ไปดูงานที่ญี่ปุ่น (อีกแล้ว) คราวนี้ได้ไปเห็นความก้าวหน้าของวิทยาการในอนาคตของ “Panasonic Center Tokyo” ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “Wonder Life-Box” ซึ่งต่างจากที่ผมเคยเห็นภายใต้แนวความคิดเรื่อง “Smart Living” ซึ่งน่าทึ่งมากของ Toyota (เมื่อสองปีที่แล้ว)

แนวความคิดของ Toyota ในเรื่องของ Smart Living หรือ Smart Home จะเน้นไปที่การประหยัดพลังงานและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของบ้านพักอาศัย โดยใช้ IT (เทคโนโลยีสารสนเทศ) แสดงค่าตัวเลขนับได้บนจอมอนิเตอร์เพื่อแสดงถึงพลังงานที่เหลืออยู่ ณ เวลาหนึ่งๆ เช่น เมื่อขับรถมาถึงหน้าบ้าน ที่จอหน้าตัวบ้านจะมีค่าตัวเลขเริ่มต้นของพลังงาน 10,000 กิโลวัตต์ พอกดรีโมทเปิดประตูรั้ว ใช้พลังงาน 50 กิโลวัตต์ ตัวเลขพลังงานที่หน้าจอก็จะเหลือ 9,950 กิโลวัตต์ ในบ้านก็จะเห็นหน้าจอแสดงตัวเลขเช่นเดียวกับที่หน้าตัวบ้าน เมื่อเปิดแอร์ห้องโถงจะใช้ไฟ 100 กิโลวัตต์ หน้าจอก็จะเหลือ 9,850 กิโลวัตต์ ซึ่งเท่ากันทุกจอที่แสดงผลในบ้าน ทุกครั้งที่ใช้พลังงาน เช่น ชงกาแฟ หุงข้าว ต้มน้ำร้อน ค่าพลังงานที่ใช้ก็จะถูกหักลบไปเรื่อยที่ทุกหน้าจอ เป็นแบบ Real Time  จนกระทั่งเหลือพลังงานน้อยจนที่หน้าจอแสดงผลเตือนว่าถึงเวลาต้องชาร์จแบตเตอรี่แล้ว นี่คือ Smart Home หรือ “บ้านอัจฉริยะ” พอนานวันเข้าก็จะเกิด “จิตสำนึกในเรื่องของความประหยัดพลังงาน”

วันนี้ที่ Panasonic Center แนวความคิดในเรื่องของการประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อมก็ยังคงอยู่ แต่เพิ่มเทคโนโลยีที่พัฒนาการมากขึ้น สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ การสั่งงานด้วยเสียงของเจ้าของบ้านที่สามารถสั่งไปยังตัวการ์ตูนแมสคอตของ Panasonic ให้ทำงาน และหลายครั้งที่เหมือนกับพูดคุยกันระหว่างคนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำงานร่วมกันได้

กรณีในห้องครัวนั้น มีตู้คล้ายล็อกเกอร์เป็นช่องๆ ใส่ของหรือวัตถุดิบเพื่อปรุงอาหาร ระบบสั่งงานด้วยเสียงจะทำให้ฝาตู้แต่ละบาน (คล้ายจอโทรทัศน์ขนาดเล็ก) แสดงภาพของวัตถุดิบที่ถูกเก็บไว้ในช่องนั้นๆ และบอกว่ามีอะไรเก็บอยู่ช่องไหนบ้าง สามารถนำมาประกอบอาหารชนิดใดได้บ้าง ใช้ส่วนผสมอะไร ปริมาณเท่าใด คิดคำนวณเป็นจำนวนกรัมหรือเปอร์เซ็นต์กี่มากน้อย นอกจากนี้ ยังแนะนำปริมาณแคลอรีที่มีในอาหารแต่ละชนิดด้วย โดยระบบนี้ใช้การประมวลผลจากคำสั่งเสียง และแสดงผลผ่านภาพจากโปรเจกเตอร์แบบรอบทิศทางที่มีแมสคอต สามารถเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งต่างๆ ได้รอบทิศทางที่โปรเจกเตอร์สามารถฉายแสดงภาพแมสคอตได้

ที่เล่ามาข้างต้นก็คือการนำเสนอ “โลกแห่งอนาคต” จากผลการศึกษาวิจัยของบริษัทชั้นนำที่จะเข้ามาทดแทนวิถีชีวิตของพวกเราในปัจจุบัน แต่ในโลกความเป็นจริง (เท่าที่ผมเห็นและสัมผัสได้) แล้ว ชีวิตความเป็นอยู่และเครื่องใช้ไม้สอยของคนญี่ปุ่นทั่วไปในวันนี้ก็ยังไม่ต่างจากของพวกเรามากนัก ส่วนเรื่องที่จะเป็นไปตามแนวความคิด (ฝัน) ในอนาคตตามที่ผมเล่าให้ฟังนั้น คิดว่ายังคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะทำได้กว้างขวางจนแพร่หลายเป็น “วิถีชีวิตใหม่” (แต่ก็ประมาทไม่ได้ เมื่อดูจากพัฒนาการของโทรศัพท์มือถือ)

ทั้งหมดทั้งปวงนี้อยากเน้นด้วยคำคมที่ว่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลงมือทำ” ดังนั้นสิ่งที่เราต้องเร่งทำเร่งสร้างอย่างมีคุณภาพในวันนี้ ก็คือการเตรียมพร้อมบุคลากรและเทคโนโลยีเพื่อก้าวเข้าสู่ยุคของ “Industry 4.0” โดยไม่ตกขบวน ครับผม !

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์