
2ปีที่ชลประทานเพิ่มล้านไร่
“ฉัตรชัย” เผยแผนยุทธศาสตร์น้ำผ่านไป 2 ปี ช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 1.35 ล้านไร่
“ฉัตรชัย” เผยแผนยุทธศาสตร์น้ำผ่านไป 2 ปี ช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 1.35 ล้านไร่
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ผลจากยุทธศาสตร์น้ำ ปี 2558-2569 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เข้ามาดำเนินการ ปรากฏว่าการดำเนินการในปี 2557-2559 สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 1.35 ล้านไร่ เพิ่มปริมาณน้ำได้ 756 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากเดิมที่กรมชลประทานมีพื้นที่ชลประทานก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้ามาบริหารประเทศ 30.22 ล้านไร่
ขณะที่ปี 2560 คาดว่าจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีก 3.8 แสนไร่ เพิ่มปริมาณน้ำได้ 420 ล้าน ลบ.ม. ส่วนปี 2561-2569 จะต้องใช้งบประมาณเท่าไรนั้นอยู่ที่ กนช.จะพิจารณาแผนงานและโครงการในอนาคต โดยเฉพาะโครงการผันน้ำในฝั่งตะวันตกและตะวันออก ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการทั้งฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวิน แต่ต้องการให้ใช้น้ำในประเทศก่อนที่จะไปใช้น้ำนานาชาติ
“หากดำเนินการตามแผนน้ำ 2558-2569 จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 7.47 ล้านไร่ เพิ่มปริมาณน้ำได้ 4,098 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้ผมยังให้กรมชลประทานไปทำยุทธศาสตร์น้ำฉบับใหม่ปี 2570-2579 เพื่อพัฒนาพื้นที่ชลประทานเพิ่มให้สอดรับกับแผนปฏิรูปประเทศ 20 ปีด้วย“ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้เร่งทำฝนหลวงเพื่อเติมน้ำในเขื่อนภูมิพลในช่วงที่อากาศเหมาะสม เนื่องจากปริมาณน้ำยังวิกฤต โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 893 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 7% เท่านั้น แต่ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยามีปริมาณน้ำใช้การได้ 4,357 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2558 ที่มีปริมาณ 1,800 ล้าน ลบ.ม.
ด้าน นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตามแผนยุทธศาสตร์น้ำปี 2558-2559 สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 1.35 ล้านไร่ เป้าหมายปี 2560 จะเพิ่มอีก 3.8 แสนไร่ งบประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2561-2564 จะเพิ่ม 4.87 ล้านไร่ และปี 2565-2569 จะเพิ่ม 2.10 ล้านไร่ ซึ่งงบประมาณจะอยู่ที่การอนุมัติโครงการ
ขณะที่แผนปี 2570-2579 กรมชลประทานจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้อีก 10 ล้านไร่ ซึ่งขณะนี้กรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการ กนช. อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด
เมื่อเร็วๆ นี้ กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงการร่วมกันพัฒนาข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกข้าวของประเทศไทยจากภาพถ่ายดาวเทียม โดยใช้ดาวเทียมติดตามพื้นที่เพาะปลูกข้าวทุกๆ 15 วัน







