posttoday
อินโดฯ เดินหน้า สู่ Tax Haven

อินโดฯ เดินหน้า สู่ Tax Haven

31 สิงหาคม 2559

โดย...การดี เลียวไพโรจน์

โดย...การดี เลียวไพโรจน์

นับตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ผ่านมา ที่รัฐบาลอินโดนีเซียออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้ที่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ได้ประกาศผ่อนปรนกฎระเบียบการลงทุนของต่างชาติ และเปิดกว้างให้นักลงทุนต่างชาติเป็นเจ้าของ 100% ได้ใน 35 กลุ่มธุรกิจ เช่น ธุรกิจสร้างถนน ภาพยนตร์ การท่องเที่ยว และการจัดการขยะ และมีการเปิดกว้างการร่วมทุนจากต่างชาติมากขึ้นในกลุ่มธุรกิจที่เคยมองว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ อย่างเช่นธุรกิจโทรคมนาคมและธุรกิจสุขภาพ แม้ว่านโยบายส่งเสริมการลงทุนมีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่แรงพอ

รัฐบาลอินโดนีเซียจึงเร่งสร้างแรงกระเพื่อมอีกครั้งด้วยการประกาศแนวทางการนิรโทษกรรมภาษี (Tax Amnesty) ที่มีระยะเวลาตั้งแต่ 18 ก.ค. 2559-31 มี.ค. 2560 เป็นระยะเวลาประมาณ 9 เดือน และจะเป็นโครงการต่อเนื่องไปอีก 3 ปี เพื่อดึงสินทรัพย์ของชาวอินโดนีเซียที่มีอยู่ต่างแดนในประเทศที่เป็น Tax Haven ต่างๆ กลับประเทศ รวมถึงป้องกันการขนเงินออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ ตั้งเป้าเม็ดเงินที่จะกลับคืนมาถึง 1,000 ล้านล้านรูเปียห์ หรือราว  7.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยไม่เอาผิดจากการหลบเลี่ยงภาษีในอดีต และนำเสนออัตราภาษีใหม่ที่ดึงดูดการลงทุนมากกว่า และเอาภาษีส่วนนี้มาใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และเพื่อให้สอดรับกับการนิรโทษกรรมภาษี รัฐบาลยังเตรียมพิจารณาปรับลดภาษีนิติบุคคลจาก 25% เหลือ 17% เทียบเท่ากับภาษีนิติบุคคลของสิงคโปร์ และยังมีเสียงสนับสนุนในหน่วยงานรัฐกันเองให้ลดภาษีนี้ลงไปให้เหลือ 10% ด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่ทำให้เป็นที่ฮือฮามากที่สุด เมื่อรัฐบาลอินโดนีเซียประกาศแผนการเปิด Tax Haven ที่เกาะ Bintang และ Rempang ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ไม่ถึง 1 ชั่วโมง และอยู่ใกล้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษ Batam ของอินโดนีเซีย ด้วยความคาดหวังว่าจะดึงเม็ดเงินของเศรษฐีชาวอินโดนีเซียกลับมา และดึงดูดให้มีการลงทุนมากยิ่งขึ้น แม้ว่ายังไม่ได้มีการระบุแผนโดยละเอียดและระยะเวลาที่ชัดเจน แนวคิดนี้ก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก เพราะอีกนัยสำคัญของ Tax Haven นอกจากเป็นการเปิดให้มีการลงทุนในภาษีต่ำหรือไม่มีเลย ยังเปิดให้นำเงินเข้าออกได้โดยอิสระ รัฐจะมีการควบคุมน้อยมาก ไม่มีความโปร่งใส และอาจไม่มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน

ซึ่งประเทศที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดน่าจะเป็นสิงคโปร์ เพราะมีการประมาณการว่ามีเม็ดเงินที่หลบเลี่ยงภาษีจากอินโดนีเซียที่อยู่ในสิงคโปร์สูงถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

จากการส่งเสริมการลงทุนสู่ลดภาษี มาถึง Tax Amnesty และ Tax Haven รัฐบาลอินโดนีเซียเริ่มเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยพยายามพลิกโฉมจากแนวคิด Protectionism เดิมที่ต้องการคุ้มครองธุรกิจภายใน มาสู่แนวคิดการเปิดเสรีอย่างประเทศเวียดนาม และเริ่มเตรียมตัวเข้าสู่การเจรจา TPP โจทย์ใหญ่สำคัญของรัฐบาลอินโดนีเซียขณะนี้คือการปรับกฎหมายภาษี เตรียมแนวทางการดำเนินงานทั้งในเชิงโครงสร้างและปฏิบัติ รวมถึงแก้ไขกฎหมายยิบย่อยที่ยุ่งยาก รวมถึงปัญหาคอร์รัปชั่น อย่างที่รัฐมนตรีกระทรวงการค้า ทอม เลมบอง กล่าวไว้ว่า “This is the beginning of the end of protectionism in Indonesia”

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ