posttoday
เอ็มพีไอดิ่งหนักสุดใน2ปี

เอ็มพีไอดิ่งหนักสุดใน2ปี

31 สิงหาคม 2559

เอ็มพีไอ ก.ค. หดตัว 5.1% ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี กดกำลังผลิตแตะ 62.34% สศอ.เชื่อไตรมาส 3 ฟื้น

เอ็มพีไอ ก.ค. หดตัว 5.1% ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี กดกำลังผลิตแตะ 62.34% สศอ.เชื่อไตรมาส 3 ฟื้น

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ก.ค. 2559 อยู่ที่ 103.36 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 108.91 หรือหดตัว 5.1% และเป็นอัตราการหดตัวที่สูงที่สุดในรอบ 2 ปี โดยมีสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลประกาศให้มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับค่ายรถยนต์ปรับรูปแบบรถยนต์รุ่นใหม่เมื่อปีที่ผ่านมา และเร่งทำการตลาดทำให้กำลังซื้อรถยนต์เร่งตัวไปแล้ว รวมทั้งการส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดตะวันออกกลางลดลงจากผลกระทบราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้การผลิตรถยนต์เดือน ก.ค. ลดลง 8.41%

“เชื่อว่าการหดตัวของเอ็มพีไอในเดือน ก.ค. จะเป็นการหดตัวเพียงระยะสั้นเท่านั้น ขณะที่การหดตัวของเอ็มพีไอดังกล่าว ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตลงมาอยู่ที่ 62.34% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 66.43%” นายวีรศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สศอ.คาดว่าเอ็มพีไอจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และจะทำให้ภาพรวมในช่วงที่เหลือ 5 เดือนของปีนี้แนวโน้มเอ็มพีไอจะกลับมาขยายตัวได้เดือนละ 2-3% และทำให้เอ็มพีไอทั้งปีโตได้ 1-2% ตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากภาคเกษตรจะได้อานิสงส์จากปริมาณน้ำฝนที่ตกตรงตามฤดูกาล ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดได้ดีและเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดรถยนต์ โดยเฉพาะรถปิกอัพที่ใช้ขนส่งผลผลิตตามมา แต่ยังต้องติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่น เพราะจะทำให้ภาพรวมการส่งออกของไทยปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย

สำหรับสินค้าในอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลให้เอ็มพีไอเดือน ก.ค.หดตัว ได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ที่การผลิตลดลง 8.41% และ 12.61% ตามลำดับ เนื่องจากการชะลอตัวจากตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น ยุโรป ผลิตภัณฑ์พลาสติกปรับตัวลดลง 17.17% โดยเป็นการลดลงของสินค้าประเภทกระสอบพลาสติก และถุงพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ ปรับตัวลดลง 12.05% เป็นต้น

ขณะที่การผลิตสินค้าในเดือน ก.ค. ที่ทำให้เอ็มพีไอปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 45.05% น้ำมันปิโตรเลียมปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.23% นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มคอนกรีต ซีเมนต์ และปูนปลาสเตอร์มีการผลิตเพิ่มขึ้น 17.27% ซึ่งเป็นผลจากการเดินหน้าโครงการลงทุนภาครัฐ ซึ่งทำให้การใช้จ่ายลงทุนของเอกชนสูงขึ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ