
ชูโครงการแอพเพียร์ ผนึกกำลังดันท่องเที่ยวชุมชน
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การท่องเที่ยวถือเป็นช่องทางสร้างรายได้สำคัญให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะ 2-3 ปีที่ผ่านมาการเติบโตของนักท่องเที่ยวรวดเร็วมาก จนหลายภาคส่วนเป็นห่วงว่าการท่องเที่ยวที่โตเร็วเกินไปอาจทำให้แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว และสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ประเทศมากขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายหน่วยงานเริ่มใส่ใจกับการทำให้ภาคท่องเที่ยวเติบโตแบบยั่งยืนมากขึ้น
อชิรญา ธรรมปริพัตรา ผู้ก่อตั้งไฮฟ์สเตอร์ กิจการเพื่อสังคม เปิดเผยว่า ไฮฟ์สเตอร์เป็นกิจการท่องเที่ยวเพื่อสังคมเปิดตัวมา 2 ปีกว่าแล้ว โดยจะเน้นการพาไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมที่ได้ประสบการณ์แบบคนท้องถิ่น (โลคอล เอ็กซ์พีเรียนซ์) ซึ่งรายได้จากการนำเที่ยวก็จะกลับคืนสู่ชุมชนนั้นๆ ส่วนไฮฟ์สเตอร์ก็จะมีรายได้จากส่วนแบ่งกำไร โดยล่าสุดไฮฟ์สเตอร์ได้จับมือโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) สำนักวัฒนธรรม กีฬา การท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสายการบินไทยแอร์เอเชีย จัดโครงการแอพเพียร์ นวัตกรรมทางสังคมเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ผลักดันชุมชนที่กำลังจะเลือนหายให้กลับมามีชีวิตและอยู่ยั่งยืน
โครงการแอพเพียร์เริ่มขึ้นโดยมีเป้าหมาย 3 ข้อคือ 1.เพิ่มรายได้ให้กับท้องถิ่น 2.สืบสานวัฒนธรรมไทยไม่ให้สาบสูญ และ 3.รักษาสิ่งแวดล้อมคู่กับการพัฒนาประเทศ โดยจะใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือขับเคลื่อน ซึ่งในช่วงแรกไฮฟ์สเตอร์ก็ทำงานกับทางกรุงเทพมหานคร ในการเข้าไปในชุมชนที่กรุงเทพฯ แนะนำเพื่อเลือกมาทำโครงการนำร่อง หลักการคัดเลือกคือชุมชนนั้นเป็นกลุ่มชุมชนที่กำลังจะเลือนหายหรือสาบสูญไป และมีปัญหาสังคมที่การท่องเที่ยวจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหา ทำให้คนในชุมชนความเป็นอยู่ดีขึ้นและชุบชีวิตชุมชนให้กลายเป็นพื้นที่ที่คนมองเห็น
ทั้งนี้ ได้เริ่มนำร่องกับ 6 ชุมชนในกรุงเทพฯ ก่อนพร้อมกับจับคู่ชุมชนโรงแรมที่ต้องการมีส่วนรวมช่วยให้การท่องเที่ยวยั่งยืน ได้แก่ โรงแรมสุโกศล จับคู่กับชุมชนนางเลิ้ง กลุ่มโรงแรมในเครือดิเอราวัณ กรุ๊ป จับคู่ชุมชนบางลำพู โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท จับคู่ชุมชนบ้านบุ โรงแรมสุโขทัย จับคู่ชุมชนเกาะศาลเจ้า โรงแรมอนันตรา
ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท จับคู่ชุมชนบางกระดี่ และโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ จับคู่ชุมชนหัวตะเข้
“ช่วงเดือน ต.ค. 2558-ส.ค. 2559 จะนำทีมงานลงไปพบปะคนในชุมชนว่ามีปัญหาสังคมอะไร มีกิจกรรมอะไรที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์แบบคนท้องถิ่น จากนั้นจะสร้างสื่อเพื่อให้
ข้อมูลทำให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงชุมชนได้มากขึ้น ส่วนเดือน ก.ย. 2559-ก.พ. 2560 จะเริ่มทดลองนำเที่ยวใน 6 ชุมชนนี้ โดยให้นักท่องเที่ยวจองผ่านโรงแรมที่ร่วมสนับสนุนจับคู่กับชุมชนไว้หรือจองผ่านเว็บไซต์ www.hivesters.com การนำเที่ยวแต่ละครั้งก็จะไปเป็นกลุ่มเล็กๆ ไม่เกิน 15 คน โดยคนในชุมชนนำเที่ยว” อชิรญา กล่าว
สำหรับค่าแพ็กเกจเที่ยวชมชุมชนมีตั้งแต่กว่า 1,000-3,000 บาท โดยชุมชนที่โดดเด่นเรื่องวัฒนธรรมน่าจะมีนักท่องเที่ยวยุโรปเข้าไปมาก ส่วนชุมชนที่เด่นเรื่องอาหารจะมีนักท่องเที่ยวยุโรปและเอเชีย ซึ่งหากผ่าน 6 เดือนที่ทดลองนำเที่ยวไปแล้วก็จะขยายโครงการไปยังชุมชนอื่นๆ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเพิ่มเติมอีก และก็หวังดึงโรงแรมเข้าร่วมเพิ่มเติมเช่นกัน ซึ่งโรงแรมที่เข้าร่วมส่วนใหญ่มีนโยบายให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ท่องเที่ยวชุมชนและผจญภัยมีไม่ถึง 20% แต่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวโน้มโลกที่คนเดินทางท่องเที่ยวต้องการมีส่วนร่วมทำอะไรให้สังคมมากขึ้น โดยคาดว่าการท่องเที่ยวชุมชนจากโครงการแอพเพียร์ก็น่าจะเป็นจุดแข็งใหม่ที่เพิ่มยอดการท่องเที่ยวชุมชนของไทยได้ ตั้งเป้าหมาย 3-4 ปีจากนี้ สัดส่วนกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนจะเพิ่มเป็น 25-30% ซึ่งกลุ่มยุโรปก็น่าจะเป็นกลุ่มหลักที่สนใจท่องเที่ยวรูปแบบนี้ เพราะชอบแสวงหาประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบคนท้องถิ่นอยู่แล้ว
มาร์ติน ฮาร์ท-แฮนเซน รองผู้แทนยูเอ็นดีพี กล่าวว่า ไทยมีการจ้างงานที่เกิดจากภาคท่องเที่ยว 6 ล้านคน คิดเป็น 16% ของสัดส่วนการจ้างงานทั้งหมดในประเทศ ซึ่งถือว่าสูงมาก โดยมองว่าการท่องเที่ยวสามารถสร้างผลกระทบไปถึงคนจำนวนมากได้ แต่เพื่อความแน่ใจว่าการเติบโตด้านการท่องเที่ยวไม่ได้ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง จึงร่วมมือหลายภาคส่วนจัดโครงการแอพเพียร์ดึงเครือข่ายโรงแรมที่มีความแข็งแกร่งด้านความรู้ และชุมชนที่แข็งแกร่งเรื่องเอกลักษณ์มาเป็นพันธมิตรกันให้ชุมชนไม่หายสาบสูญไป
ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยให้ไทยมีสินค้าท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากสินค้าทางธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว ยังช่วยกระจายรายได้สู่คนในท้องถิ่นได้ดีขึ้นอีกด้วย







