
บุกเจาะตลาดน้ำเมาเวียดนาม คอเบียร์เพียบ-คู่แข่งท้องถิ่นไม่ดุ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สํานักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า บรรดาบริษัทผู้ผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่ต่างพยายามเจาะเข้าตลาดเวียดนาม หลังเศรษฐกิจเวียดนามมีแนวโน้มขยายตัวได้มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจากลักษณะทางประชากรศาสตร์ ประกอบกับการขาดคู่แข่งท้องถิ่น ส่งผลให้ผู้ผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่อย่างไฮเนเก้น ผู้ผลิตจากเนเธอร์แลนด์ อาซาฮี กรุ๊ป ผู้ผลิตจากญี่ปุ่น และไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตจากไทยเข้าไปเจาะตลาดเวียดนามมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ไฮเนเก้นเข้าซื้อเวียดนาม บริวเวอรี่ วุงเต่า โรงงานผลิตเบียร์ทางตอนใต้ของประเทศจากคาร์ลสเบิร์ก คู่แข่งจากเดนมาร์ก เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเบียร์ในเวียดนาม ขณะที่ ซีสท์ ฮาร์ท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของคาร์ลสเบิร์ก เปิดเผยว่า การขายโรงงานดังกล่าวทำให้คาร์ลสเบิร์กสามารถให้ความสนใจกับการเจาะตลาดทางเหนือของเวียดนามได้มากขึ้น
ในขณะเดียวกัน คาร์ลสเบิร์กยังสนใจที่จะเพิ่มหุ้นที่ถือในฮานอย เบียร์ แอลกอฮอล์ เบฟเวอเรจ คอร์ป หรือ
ฮาเบโก รัฐวิสาหกิจเบียร์ของเวียดนาม เป็น 2 เท่า
นอกจากนี้ บลูมเบิร์ก ระบุว่า ความสนใจในตลาดเบียร์เวียดนามยังเพิ่มมากขึ้น หลังรัฐบาลเวียดนามเตรียมขายหุ้น 100% ของไซ่ง่อน เบียร์ แอลกอฮอล์ เบฟเวอเรจ คอร์ป รัฐวิสาหกิจผลิตเบียร์ของเวียดนาม หรือซาเบโก ซึ่งได้รับความสนใจลงทุนจากทั้งผู้ผลิตเบียร์ฝั่งยุโรปและญี่ปุ่น
หนุ่มสาวเพียบตลาดเบียร์โตตาม
บลูมเบิร์ก ระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ต่างยกให้เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเติบโตในอัตราที่เร็วมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง โดยเศรษฐกิจเวียดนามได้ประโยชน์จากการขยายตัวของอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับตลาดเบียร์นั้น ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล สถาบันวิจัยตลาดจากอังกฤษ เปิดเผยว่า จำนวนประชากรในเวียดนามที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ซึ่งเป็นวัยที่อนุญาตให้สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างถูกกฎหมายจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 68.7 ล้านคน ในปี 2016 นี้ เป็น 72.4 ล้านคน ภายในปี 2021 ขณะที่เวียดนามมีแนวโน้มจะผลิตเบียร์มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเพิ่มจาก 3,880 ล้านลิตร ในปี 2015 เป็น 4,040 ล้านลิตร ในปีนี้
จากข้อมูลของสมาคมเครื่องดื่มเบียร์เวียดนาม พบว่า การบริโภคเบียร์ภายในเวียดนามขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 40% จากช่วงปี 2010-2015 โดยเวียดนามมีวัฒนธรรมบาร์และคาเฟ่
ข้างถนน ซึ่งเป็นปัจจัยดึงดูดผู้ผลิตเบียร์ต่างชาติ เช่นเดียวกับการขยายตัวของชนชั้นกลาง
“การขยายตัวของตลาดเบียร์ในเวียดนามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้นสุดยอดมาก และก็ยังไม่มีแนวโน้มจะชะลอตัวลงเลย” แอนดี้ โฮ ผู้อำนวยการจัดการของวินาแคปตัล บริษัทจัดการสินทรัพย์ในเวียดนาม กล่าว
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติยังคงเผชิญความเสี่ยงหลังภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี และรายได้จากน้ำมันที่ลดลง เป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจเวียดนามในปีนี้ โดย วูฮงธาน หัวหน้าคณะกรรมการเศรษฐกิจแห่งชาติเวียดนาม เปิดเผยว่า ปัจจัยดังกล่าวอาจฉุดเศรษฐกิจเวียดนามให้ขยายตัวไม่ถึงเป้าหมาย 6.7% ในปีนี้
น้ำเมาท้องถิ่นไม่ใช่เจ้าตลาด
เหงียนวันเวียด ประธานสมาคมเบียร์เวียดนาม เปิดเผยว่า ซาเบโก ผู้ผลิตไซ่ง่อนเบียร์ และ 333 เบียร์ ครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดเมื่อปี 2015 ที่ 40% ตามมาด้วยไฮเนเก้นและฮาเบโกที่ 20% ขณะที่คาร์ลสเบิร์กครองตำแหน่งอันดับ 3 ที่ 10%
อย่างไรก็ตาม อองเดร เลียนโต นักวิเคราะห์จากยูโรมอนิเตอร์ เปิดเผยว่า แม้เบียร์สัญชาติเวียดนามจะครองส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดราว 60% เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา แต่ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับญี่ปุ่นและไทย ซึ่งมีเบียร์ท้องถิ่นครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 90% จึงเปิดช่องให้ผู้ผลิตต่างชาติเข้ามาหาส่วนแบ่งการตลาดได้มากกว่า
สอดคล้องกับ ฮาร์ท ซีอีโอของคาร์ลสเบิร์ก ระบุว่า คาร์ลสเบิร์กยังมีช่องทางให้ขยายตัวอีกมากในตลาดเวียดนาม โดยคาร์ลสเบิร์กเตรียมที่จะซื้อหุ้นฮาเบโกเพิ่มจาก 17% เป็น 30% และคาร์ลสเบิร์กก็นับว่าทำผลงานได้ดีในตลาดเวียดนาม







