
"ไทย-ภูฏาน" ลุยขยายความร่วมมือท่องเที่ยว
ไทยตกลงภูฏานขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เตรียมจัดทำแพ็คเกจ 2 Kingdoms 1 Destination ชี้ภูฏานต้องการให้ไทยไปลงทุนโรงแรมไฮเอนด์
ไทยตกลงภูฏานขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เตรียมจัดทำแพ็คเกจ 2 Kingdoms 1 Destination ชี้ภูฏานต้องการให้ไทยไปลงทุนโรงแรมไฮเอนด์
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลการเดินทางไปประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (เจทีซี) ระหว่างไทยและภูฏานครั้งแรกวันที่ 24–25 ส.ค.2559 ณ กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะขยายความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน และจะหารือถึงการทำแพ็คเกจการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “2 Kingdoms 1 Destination” รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงศาสนา
ทั้งนี้ ภูฏานยังต้องการให้ไทยขยายการลงทุนในธุรกิจโรงแรมไฮเอนด์ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและขอให้ไทยช่วยพัฒนาบุคลกรในด้านการบริหารจัดการโรงแรมด้วย ส่วนภาคการเกษตร ไทยได้ให้ความร่วมมือด้านการเกษตรกับภูฏานมาต่อเนื่อง และจะเพิ่มความร่วมมือเกี่ยวกับการดูแลผลิตภัณฑ์หลังเก็บเกี่ยว การวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ การทดสอบและการพัฒนาห้องแลป และไทยยังจะเข้าไปช่วยพัฒนาสินค้าหัตถกรรม โดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ จะช่วยถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การพัฒนาตลาดให้
“ภูฏานแจ้งว่าจะจัดคณะนักธุรกิจมาโรดโชว์ที่เมืองไทยในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า เพื่อแนะนำศักยภาพทางเศรษฐกิจของภูฏาน โดยจะครอบคลุมทั้งการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนไทยรู้จัก เพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันต่อไป” นางอภิรดี กล่าว
สำหรับการเดินทางไปครั้งนี้ นาง Phub Zam ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมภูฏานและคณะได้เข้าหารือ และแจ้งว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่ภาคเอกชนภูฏานต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุน ได้แก่ เกษตร ท่องเที่ยว ก่อสร้าง ป่าไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ การศึกษา การทำภาพยนตร์ และการพัฒนา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะประสานงานและประชาสัมพันธ์ศักยภาพของภูฏานให้กับภาคเอกชนและนักลงทุนไทยต่อไป
นางอภิรดี กล่าวว่า ภูฏานเป็นประเทศเกษตรกรรมขนาดเล็ก ไม่มีทางออกทะเล มีประชากรประมาณเจ็ดแสนคน และพึ่งพาการค้าและการลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ อินเดีย เป็นหลัก ในปี 2558 ปัจจุบันภูฏานคู่ค้าอันดับที่ 166 ของไทย โดยมีมูลค่าการค้ารวม 11.6 ล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกมีมูลค่า 11.2 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้ามีมูลค่า 0.04 ล้านเหรียญสหรัฐ
สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน ผ้าผืน เครื่องจักรกลและชิ้นส่วนประกอบของเครื่อง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น และสินค้านำเข้าสำคัญ เช่น ไม้ซุง ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก เป็นต้น
ปัจจุบัน รัฐบาลภูฏานมีนโยบายสนับสนุนและเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ ถือเป็นโอกาสที่นักลงทุนไทยจะเข้าไปลงทุนในสาขาต่างๆ ที่ไทยมีศักยภาพ เช่น ธุรกิจก่อสร้าง การท่องเที่ยว โรงแรมและรีสอร์ท การบริการสุขภาพ การรักษาพยาบาล เป็นต้น
ภาพจาก www.tourism.gov.bt







