
ช่วยเซรามิกลดใช้แอลพีจี80ล.ต่อปี
ป้องกันความเสี่ยงราคาขยับ เพิ่มศักยภาพแข่งขันส่งออก
โพสต์ทูเดย์
— สนพ.ตั้งเป้าปรับปรุงเตาเผาเซรามิกในโรงงานอุตสาหกรรม 600 เตา หวังลดใช้แอลพีจีปีละ 4 ล้าน กก. ประหยัดเงิน 80 ล้านบาท ต่อไปนายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการใช้หัวเผาไหม้ประสิทธิภาพสูงในเตาเผาเซรามิก ขณะนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมเข้าร่วมโครงการทำสัญญาเพื่อปรับปรุงเตาเผาไปแล้ว 150 เตา คิดเป็นปริมาณเตา 665 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถลดใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ได้ปีละ 1.8 ล้าน กก. โดยตั้งเป้าหมายในปี 2554 จะปรับปรุงเตาเผาเซรามิกให้ได้ 600 เตา ลดการใช้แอลพีจีได้ถึง 4 ล้าน กก.
การปรับปรุงประสิทธิภาพเตาเผาเซรามิกให้สูงขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการลดภาระต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงานจากราคาแอลพีจีที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต โดยงบ 140 ล้านบาท จะมาจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มีระยะเวลาโครงการ 3 ปี (25512554)
ดังนั้น วิธีการปรับปรุงเตาจะนำความร้อนทิ้งในไอเสียมาอุ่นอากาศสำหรับเผาไหม้ และควบคุมประสิทธิภาพการเผาไหม้ เปลี่ยนใช้อิฐโพรงแทนอิฐทนไฟเพื่อลดน้ำหนักอิฐรถเข็นและข้างเตา และเปลี่ยนเตาเดิมหรือเตาผนังอิฐทนไฟเป็นเตาใหม่ผนังเซรามิกไฟเบอร์ สามารถลดการใช้พลังงาน โดยเฉพาะแอลพีจีได้ถึง 30
–50%“
สนพ.ตั้งเป้าปรับปรุงเตาเผาเซรามิก 600 เตา คิดเป็นปริมาตรเตา 1,625 ลบ.ม. จากปัจจุบันได้ทำการเซ็นสัญญาไปแล้ว 150 เตา คาดว่าเมื่อสิ้นสุดสัญญาปี 2554 จะปรับปรุงเตาได้ตามเป้า ซึ่งอุตสาหกรรมเซรามิกมีความสำคัญต่อประเทศ เพราะส่งออกได้ถึงปีละ 2 หมื่นล้านบาท ดังนั้นหากช่วยเหลือผู้ประกอบการในการลดต้นทุนด้านพลังงานได้จะเป็นเรื่องที่ดี ขณะนี้มีโรงงานเซรามิกทั่วประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มอีกหลายแห่ง” นายวีระพล กล่าวสำหรับโครงการดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน ทั้งในภาคครัวเรือน อุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาระบบและเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการประหยัด และยังเป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายต้นแบบ เช่น ผู้ประกอบการขนาดย่อม ให้หันมาสนใจในการประหยัดพลังงานมากขึ้น แม้ปัจจุบันราคาแอลพีจีจะถูกกำหนดเพดานราคาไว้ก็ตาม แต่ในระยะยาวหากมีการปรับโครงสร้างราคาใหม่จะได้ไม่กระทบ







