
ผลดีระยะสั้น จีนเชื่อมตลาดหุ้น
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
ในช่วงเดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งจากการเก็งข่าวเรื่องการประกาศการเชื่อมต่อระหว่างตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้นและฮ่องกง ที่รัฐบาลจีนประกาศนโยบายออกมาเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา
การเชื่อมต่อตลาดหุ้นในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติที่ซื้อขายหุ้นในตลาดฮ่องกง เข้าซื้อหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดเสิ่นเจิ้น และเป็นหุ้นที่มีมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านหยวนได้ เรียกว่ารายการ Northbound : Hong Kong to Shenzhen ในขณะเดียวกันนักลงทุนชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ซื้อขายหุ้นจีนในตลาดเสิ่นเจิ้นก็ซื้อขายหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงที่มีมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านเหรียญฮ่องกงได้
เรียกว่ารายการ Southbound : Shenzhen to Hong Kong ภายใต้โควตารายวันที่รัฐบาลจีนประกาศกำหนดการเชื่อมต่อตลาดหุ้นในครั้งนี้น่าจะส่งผลต่อตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้นไม่มากนัก เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่มีการเชื่อมต่อตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้-ฮ่องกง ทำให้มีปริมาณเงินทุนจำนวนมากไหลเข้าซื้อหุ้นจีนจนตลาดเซี่ยงไฮ้ ปรับตัวสูงขึ้นถึง 15.9%
เหตุผลที่ทำให้ตลาดเซี่ยงไฮ้ปรับตัวสูงขึ้นในครั้งนั้น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะมูลค่าพื้นฐานของหุ้นจีนขณะนั้นยังถูกกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นจีนที่ซื้อขายในตลาดฮ่องกง (H-Share)
แต่เหตุผลที่น่าจะมีความสำคัญมากกว่าคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางจีน ทั้งการลดดอกเบี้ย และลดอัตราการสำรองธนาคารพาณิชย์ ดันให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นแรงทุกตลาด
ในทางกลับกัน นักวิเคราะห์กลับเชื่อว่า การเชื่อมต่อตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้นและฮ่องกงในครั้งนี้ น่าจะส่งผลดีกับ H-Share มากกว่า เพราะมูลค่าพื้นฐานในปัจจุบันถูกกว่าหุ้นจีนในตลาดหุ้นจีน (A-Share) แล้ว หลังจากปรับฐานลงมาแรงในช่วงปีที่ผ่านมา ประกอบกับแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินหยวน ทำให้หุ้น H-Share ที่ซื้อขายในสกุลเงินเหรียญฮ่องกง มีความน่าสนใจมากกว่า จากโอกาสในการทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกทอดหนึ่ง
อย่างไรก็ดี การลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นจีนยังขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ การเชื่อมต่อตลาดหุ้นดังกล่าวเป็นเพียงข่าวดีทางเทคนิคระยะสั้น เห็นได้จากราคาหุ้นจีนปรับตัวลงมา หลังจากรัฐบาลจีนประกาศนโยบายออกมาจริง นักลงทุนจึงยังควรระมัดระวังในการลงทุนในหุ้นจีนจากภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง







