
ฮิตาชิมั่นใจ ไอที-ขนส่ง ช่วยหนุนรายได้ทั่วโลก
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ฮิตาชิมั่นใจตั้งเป้ารายได้ทั่วโลกไว้ที่ 10 ล้านล้านเยนในปี 2561 เชื่อธุรกิจด้านไอที ขนส่งและสินค้าในกลุ่มอุปโภคบริโภคยังได้รับการยอมรับอย่างดี
อิชิโร่ อิโนะ ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค บริษัท ฮิตาชิ ผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมและสินค้าอุปโภคบริโภคสัญชาตญี่ปุ่น กล่าวว่า รายได้ของทางบริษัทยังมาจากกลุ่มไอทีและสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้ยอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 20% ซึ่งการนำเสนอโซลูชั่นด้านเทคโนโลยี ขนส่ง และโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานเพิ่มเติมนั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งการขยายธุรกิจในไทยให้มีความแข็งแรงขึ้น โดยตั้งเป้ารายได้ทั่วโลกไว้ที่ 10 ล้านล้านเยนในปี 2561 ซึ่งสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 55%
ทั้งนี้ แม้ว่าฮิตาชิจะไม่ได้ทำธุรกิจด้านลีสซิ่งและโลจิสติกส์แล้ว แต่ยังมั่นใจว่าจะสามารถรักษาฐานรายได้ 10 ล้านล้านเยนไว้ได้ตามเดิม โดยตลาดเอเชียไม่รวมประเทศจีนทำได้ 1.2 ล้านล้านเยน คิดเป็น 12% ของยอดขายทั้งหมดในปี 2561 ซึ่งตลาดอาเซียนถือว่าเป็น
สำหรับการทำตลาดต่างประเทศของฮิตาชิไม่ใช่แค่ในไทยเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศจีน ญี่ปุ่น และอเมริกา ซึ่งการนำเสนอโซลูชั่นดังกล่าวเพื่อประกาศให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัท การนำธุรกิจด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานเข้ามาเพิ่มเติมในแผนธุรกิจนั้น เพราะมองว่าบริษัทมีความพร้อมทั้งโซลูชั่นและวิธีแก้ไขปัญหาสังคมในด้านต่างๆ ที่จะปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลไทยเปิดโอกาสให้บริษัทเข้ามาลงทุนเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ฮิตาชิมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ที่จะเข้าร่วมสนับสนุนภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ นอกจากแค่เรื่องของนวัตกรรมและระบบขนส่ง ยังมีอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงที่ใช้ฉนวนก๊าซขนาด 500 กิโลโวลต์ และ 115 กิโลโวลต์ ที่ทำให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อให้ระบบจ่ายกระแสไฟเสถียรมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทได้รับการแต่งตั้งให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจรคับคั่งผ่านการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะภายในประเทศ ซึ่งจะส่งมอบในปี 2563 โดยทำร่วมกับคู่ค้าทั้งชาวไทยและญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ฮิตาชิยังมีความสนใจที่จะเข้าไปร่วมพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติม และเตรียมตัวเข้าร่วมประมูลในโครงการระบบรางสายสีเหลืองและสายสีชมพูด้วย เพราะบริษัทและคู่ค้ามีประสบการณ์ในการทำระบบรถไฟสายสีแดงมาก่อน จึงเชื่อมั่นด้านความพร้อมในการทำงานร่วมกันในสายอื่นๆ ด้วย
ขณะที่ปัญหาเชิงนวัตกรรมที่ฮิตาชิมองว่าจะสามารถเข้ามาช่วยตอบสนองด้านนวัตกรรมได้นั้น นอกจากด้านขนส่ง ระบบรางและไฟฟ้าแล้ว ยังมีในเรื่องของอี-ทิคเก็ต การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น
“ธุรกิจเชิงนวัตกรรมนั้นต้องเน้นในเรื่องของประสบการณ์และงานบริการที่ดีต่อเนื่อง ต่างจากสินค้าอุปโภคบริโภคคือซื้อสินค้าแล้วจบกันไป”
ประเทศไทยถือว่าเป็นเมืองใหญ่ ประชากรมีจำนวนมากทำให้รถติดและมลภาวะทางพิษสูง แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากต้องการเข้ามาอาศัย ดังนั้น การบริหารจัดการที่ดีจะช่วยลดภาระในการใช้ชีวิตให้สะดวกขึ้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ประชากรต้องการ
การทำเรื่องโซเชียลอินโนเวชั่นที่บริษัทมองว่าทำได้ง่ายและมีความพร้อมอยู่แล้ว คือ ระบบบัตรโดยสารของไทยที่ต้องแยกประเภทการเดินทางทั้งรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน โดยนวัตกรรมของบริษัทนั้น นอกจากเรื่องการเดินทางแล้วยังสามารถนำมาใช้ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ เติมน้ำมัน จ่ายค่าอาหาร ถือว่าเป็นการเชื่อมบริการให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น โดยระบบบัตรดังกล่าวใช้งานแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการตีมูลค่าของธุรกิจเหล่านี้ยังถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่อยากให้มองว่าเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาของแต่ละประเทศมากกว่ารายได้ของบริษัท







