
ดีเคทีบุกไทยท้าชนดูเร็กซ์มุ่งครบวงจร
โพสต์ทูเดย์
— ดีเคที ลุยตั้งออฟฟิศในไทย ปูทางบุกตลาดคุมกำเนิดครบวงจร หวังปีแรกยอดขาย 70 ล้านบาท ชิงแชร์ตลาด 10%นายฉัฐรินทร์ หงส์ลดารมภ์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ดีเคที เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายถุงยางอนามัยแบรนด์ แทงโก้ เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่บริษัท ดีเคที อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีบริษัทแม่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งสำนักงานในประเทศไทย เพื่อทำตลาดสินค้าสำหรับการคุมกำเนิด เช่น ถุงยางอนามัย ยาเม็ดคุมกำเนิด เป็นต้น
สำหรับปีแรกของการดำเนินงาน บริษัทได้วางจำหน่ายยาคุมกำเนิดสำหรับสตรีและถุงยางอนามัย โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 70 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาด 10% จากตลาดถุงยางอนามัยมูลค่า 800 ล้านบาท และมีแบรนด์ดูเร็กซ์เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 57%
ที่ผ่านมา ตลาดถุงยางอนามัยเติบโตไม่ถึง 5% เพราะผู้นำตลาดไม่ได้ทำตลาดมากนัก ซึ่งบริษัทจะใช้งบ 30 ล้านบาทเพื่อกระตุ้นตลาดให้เติบโตเพิ่มขึ้น เริ่มจากการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จัก การจัดโรดโชว์ แจกสินค้าตัวอย่าง 1 แสนชิ้น เป็นต้น
หารอัตราการเติบโตปีละไม่ถึง 5% อันเนื่องมาจากผู้นำตลาดอย่าง แบรนด์ ดูเร็กซ์ ที่มีส่วนแบ่งตลาดถึง 57% ไม่ได้ทำตลาด ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยไม่นิยมใช้ถุงยางอนามัย แต่บริษัทคาดว่าการเข้ามาทำตลาดของบริษัทจะทำให้ตลาดนี้มีการเปลี่ยนแปลง โดยบริษัทจะใช้งบการตลาดราว 30 ล้านบาทเพื่อสร้างแบรนด์ โรดโชว์ และแจกตัวอย่างสินค้า 1 แสนชิ้นให้มีการทดลองใช้ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดในปีแรกไว้ที่ 10% ของตลาดถุงยางอนามัยในประเทศไทย โดยบริษัทจะเริ่มวางจำหน่ายสินค้าผ่านร้านค้าทั่วไป เช่น ร้านขายยา ร้านโชห่วย ร้านค้าปลีก ให้ครบทุกพื้นที่ในปีนี้ก่อน แล้วในปีหน้าบริษัทจึงจะเริ่มบุกเข้าไปวางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อต่างๆ เพื่อการทำตลาดที่ง่ายมากขึ้นนอกจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือซีเอสอาร์ ควบคู่ไปด้วย โดยร่วมกับสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สวท. จัดทำเอกสารให้ความรู้เรื่องการป้องกันโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิดที่ถูกต้อง 1 แสนชุดเพื่อแจกจ่ายทั่วประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนนำเข้ายาคุมกำเนิดฉุกเฉินเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอีกด้วย ส่วนยาคุมแบบอื่นๆ บริษัทจะทยอยเอาเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นสำคัญ







