
คอนโดสายสีม่วง รอวันฟื้น ตลาดแข่งเดือด โอกาสทองคนซื้อ
เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วง
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน-คลองบางไผ่ หลังจากใช้เวลาในการก่อสร้างมายาวนาน และเป็นหนึ่งในเส้นทางที่วิ่งออกไปสู่ชานเมืองกรุงเทพฯ เลยไปยังพื้นที่ จ.นนทบุรี โดยรถไฟฟ้าเส้นทางนี้ได้เปิดหน้าดินใหม่ๆ ที่ส่งผลให้การพัฒนาพื้นที่ในบริเวณทั้ง 16 สถานี คึกคักมาก ทำให้มีโครงการที่อยู่อาศัยเกาะแน่นในเกือบทุกสถานี จนระยะหลังการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เริ่มชะลอตัวลง
สุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ณ เดือน ก.ค. 2559 มีหน่วยเหลือขายลดลง หลังจากที่ผู้ประกอบการต่างๆ ชะลอการเปิดขายโครงการใหม่ออกไปในช่วงที่ผ่านมา โดยตั้งแต่ปี 2555 ถึงเดือน ก.ค. 2559 มีโครงการคอนโดเปิดขายมากกว่า 28,995 ยูนิต และสัดส่วนมากถึง 78% ของคอนโด ที่เปิดขายตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมาอยู่ใน จ.นนทบุรี มีอัตราขายเฉลี่ยอยู่ที่ 69% แบ่งเป็นโครงการในพื้นที่กรุงเทพฯ มียอดขายเฉลี่ย 75% และโครงการในพื้นที่ จ.นนทบุรี มียอดขายเฉลี่ย 68%
จากจำนวนยูนิตที่ขายได้ จะพบว่าคอนโดในพื้นที่ จ.นนทบุรี ได้รับความสนใจและขายได้เยอะกว่าจากจำนวนโครงการที่เปิดตัวมากกว่า แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยของคอนโดใน จ.นนทบุรี จะอยู่ที่ประมาณ 7.4 หมื่นบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) สูงกว่าราคาขายเฉลี่ยของโครงการในกรุงเทพฯ ที่มีราคาขายเฉลี่ยประมาณ 6.8 หมื่นบาท/ตร.ม. (มีโครงการราคาถูกที่ทำให้ราคาเฉลี่ยของ กทม.ถูกกว่า จ.นนทบุรี) โดย ณ เดือน ก.ค. 2559 มีคอนโดที่สร้างเสร็จและจดทะเบียนแล้วประมาณ 4.63 หมื่นยูนิต ซึ่งโครงการที่สร้างเสร็จแล้วประมาณ 60% ของ จ.นนทบุรี สร้างตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา คือตั้งแต่ที่การก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงมีความชัดเจน
การที่เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงเปิดให้บริการแล้วในช่วงต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีผลให้ความสนใจของคอนโดตามแนวเส้นทางมีมากขึ้น แต่ด้วยเพราะภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ยังชะลอตัว คนยังไม่มั่นใจในเศรษฐกิจระยะยาว และจำนวนคอนโดที่เปิดขายก่อนหน้านี้ที่ยังเหลือขายอยู่ในตลาดจำนวนมาก ทำให้ภาพรวมตลาดคอนโดตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงอาจจะดูไม่คึกคักแบบที่ควรจะเป็น แต่ก็ยังมียูนิตเหลือขายอยู่ในปัจจุบันพอควร และคาดว่าต้องใช้เวลาในการขายอีกไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือจนกว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเชื่อมต่อกับสถานีบางซื่อได้แบบ 100% แล้ว
พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า การที่ผู้ประกอบการหลายรายชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่งผลให้มีการซื้อที่ดินใหม่ย่านนี้น้อยลง ราคาที่ดินบริเวณเกาะแนวรถไฟฟ้าจึงทรงตัว หลังจากที่ขยับขึ้นอย่างร้อนแรงตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนถึงช่วงที่งานก่อสร้างคืบหน้ามากขึ้น โดยปัจจุบันราคาเสนอขายที่ดินติดถนนใหญ่ ใกล้สถานีย่านกรุงเทพฯ-นนทบุรี ติวานนท์ อยู่ที่ประมาณ 2.5-3 แสนบาท/ตารางวา (ตร.ว.) ส่วนย่านถนนรัตนาธิเบศร์อยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนบาท/ตร.ว.
ขณะที่จากการลงพื้นที่สำรวจเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง พบว่า ด้วยปัญหาการที่ยังไม่เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสถานี “เตาปูน” ของสายสีม่วงกับสถานี “บางซื่อ” ของสายสีน้ำเงิน กลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วงเข้าสู่เมืองไม่สะดวก และอัตราค่าโดยสารตลอดเส้นทางสายสีม่วงเมื่อต้องบวกกับค่าโดยสารของรถไฟฟ้าทั้ง MRT สายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-หัวลำโพง) และ BTS สายสีเขียวเพื่อเข้าสู่ใจกลางเมือง ถือว่าสูงมาก นี่จึงอาจเป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกโครงการคอนโดบนทำเลรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ๆ ของผู้บริโภค
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ หรือคิวเฮ้าส์ กล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบัน ไม่ใช่รถไฟฟ้าที่วิ่งเข้าเมืองโดยตรง ต้องเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงิน ซึ่งปัจจุบันการไม่เชื่อมต่อระหว่างสถานีเตาปูนและสถานีบางซื่อเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้การเดินทางเข้าเมืองยังไม่สะดวก และอัตราค่าเดินทางโดยรวมค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นเพราะระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ มีผู้ให้บริการหลายเจ้า เมื่อผู้บริโภคเข้าสู่ระบบของเจ้าใด ก็ต้องเสียค่าเข้าระบบใหม่ทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หากปัญหาการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทั้งสองสายได้รับการแก้ไข การเดินทางก็จะสะดวกขึ้น และเป็นหนึ่งในทำเลทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะปัจจุบันที่ยังมีซัพพลายเหลือขายจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันย่านนี้สูงขึ้น จึงเป็นโอกาสทองของผู้บริโภคที่จะได้รับเงื่อนไขที่ดีในการซื้อที่อยู่อาศัยตามแนวเส้นทางนี้







