
บิ๊กล็อตจุฑานาวี11%
รวม47ล้านราคาต่ำกว่าตลาด ทริสลดเครดิตพรีเชียสฯ
รวม47ล้านราคาต่ำกว่าตลาด ทริสลดเครดิตพรีเชียสฯ
บิ๊กจุฑานาวียันไม่มีผลต่อการบริหารและการดำเนินงาน ทริสฯ คาดธุรกิจเรือเทกองยังแย่อีกนาน 12-18 เดือน
วันที่ 26 ส.ค. 2559 หุ้นของบริษัท จุฑานาวี (JUTHA) มีการซื้อขายรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) 1 รายการ จำนวน 15,715,000 หุ้น มูลค่าซื้อขาย 47.14 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 3 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาในตลาดปิดที่ 3.06 บาท ติดลบ 0.02 บาท มูลค่าการซื้อขายรวม 61 ล้านบาท
นายชเนศร์ เพ็ญชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จุฑานาวี เปิดเผยว่า ได้ทราบว่ามีการซื้อขายหุ้นบิ๊กล็อต เกิดขึ้น 11.37% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ซึ่งบริษัทยังคงมีนโยบายการบริหารและการดำเนินงานเช่นเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของผู้ถือหุ้น และอำนาจการบริหารงานของบริษัท
แหล่งข่าวจากวงการโบรกเกอร์ คาดว่า บิ๊กล็อตหุ้นจำนวน 11.37% คาดเป็นการทำดีลของ น.ส.นีรชา ปานบุญห้อม ที่มีจำนวนการถือหุ้นเท่ากับจำนวนดีลที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ น.ส.นีรชาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง รองจากนายชเนศร์ เพ็ญชาติ ถือหุ้น 31,665,220 หุ้น สัดส่วน 22.91%
ด้านผลการดำเนินงานของบริษัทประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ปี 2555- 6 เดือน ปี 2559 ขาดทุนสุทธิ 2.9 ล้านบาท 30.15 ล้านบาท 28.41 ล้านบาท 35.82 ล้านบาท และ 67.61 ล้านบาทตามลำดับ
บริษัท ทริสเรทติ้ง ปรับลดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL) เป็นระดับ “BBB-” จาก “BBB” และปรับลดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันเป็นระดับ “BB+” จาก “BBB-” โดยยังปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทเป็น “ลบ” จากเดิม “คงที่” ด้วย
อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงผลประกอบการและสถานะทางการเงินที่อ่อนแอลงของบริษัท จากภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย คาดว่าความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานในธุรกิจเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกอง จะยังคงดำเนินต่อไปในระยะ 12-18 เดือนข้างหน้าแม้ว่าการยกเลิกเรือที่สั่งต่อใหม่ หรือการปลดระวางเรือจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม ภาวะอุปทานส่วนเกินจะส่งผลให้อัตราค่าระวางยังคงอยู่ในระดับต่ำและกดดันผลงานต่อไปในระยะสั้นถึงระยะกลาง
แนวโน้มอันดับเครดิต “ลบ” สะท้อนถึงความกังวลว่าภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยของอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าแห้งเท กองจะยังอยู่ต่อเนื่องจนส่งผลให้ฐานะการเงินอ่อนแอลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากบริษัทขาดทุนอย่างต่อเนื่องจนลดทอนสภาพคล่อง และความยืดหยุ่นทางการเงิน แต่อันดับเครดิตอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากบริษัทมีงานดีขึ้นถึงระดับที่สามารถดำรงรักษาเงื่อนไขทางการเงินตามที่ได้ตกลงไว้กับผู้ให้กู้ได้
ณ วันที่ 25 ส.ค. 2559 บริษัทมีเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองจำนวน 38 ลำ ซึ่งมีขนาดระวางบรรทุกรวม 1.55 ล้านเดทเวทตัน อุตสาหกรรมเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองผันผวนและพึ่งพาภาวะเศรษฐกิจโลกค่อนข้างสูง โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่มีผลกดดันอุปสงค์ และภาวะอุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยลบที่สำคัญและจำกัดการฟื้นตัวของค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับต่ำ สะท้อนจากดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ที่ใช้เป็นดัชนีอ้างอิงค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับต่ำที่ค่าเฉลี่ย 719 จุด ในปี 2558 และต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ 290 จุด ในเดือน ก.พ. 2559 โดย BDI มีค่าเฉลี่ย 489 จุด ในครึ่งปีแรก
ด้านผลการดำเนินงานของบริษัทได้รับผลกระทบจากค่าระวางเรือที่ต่ำ ของบริษัทเฉลี่ยอยู่ที่ 6,266 เหรียญสหรัฐต่อวันต่อลำเรือในปี 2558 และลดลงมาอยู่ที่ 5,519 เหรียญสหรัฐในครึ่งแรกของปี 2559 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือลดลงเล็กน้อยจากเฉลี่ย 4,652 เหรียญสหรัฐในปี 2558 มาอยู่ที่ 4,523 เหรียญสหรัฐในครึ่งปีแรก สาเหตุหลักมาจากบริษัทขายเรือที่ประสิทธิภาพต่ำออกไป ค่าระวางเรือที่อยู่ในอัตราต่ำส่งผลให้บริษัทขาดทุนจากการดำเนินงาน 37.5 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2558 และ 25.4 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559
บริษัทรักษาสภาพคล่องและความยืดหยุ่นทางการเงิน ออกหุ้นกู้จำนวน 99.72 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือน ม.ค. และในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. 2559 บริษัทรับเรือที่สั่งต่อใหม่ 3 ลำ มูลค่ารวม 42.96 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งใช้เงินกู้จากธนาคารเป็นหลัก ณ สิ้นเดือน มิ.ย. บริษัทมีภาระหนี้รวม 454.5 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนเพิ่มขึ้นจาก 47.80% ณ สิ้นปีก่อนเป็น 52.62% ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2559
ในระยะ 12-18 เดือนข้างหน้า ทริสเรทติ้งคาดหวังให้บริษัทบริหารสภาพคล่องด้วยความระมัดระวังเพราะภาวะ ตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยและอัตราค่าระวางที่ต่ำน่าจะยังคงดำรงอยู่ และเชื่อว่าบริษัทจะมีแหล่งเงินทุนเพียงพอ







