
ลุยสุวรรณภูมิเฟส2
ประเดิมสัญญาแรก1.5หมื่นล้าน สมคิดลั่นเศรษฐกิจไทยผ่านจุดอันตราย ทอท.ประเดิมจ้าง 3 บริษัท ชนะประมูลสร้างสุวรรณภูมิ รองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคน/ปี
ประเดิมสัญญาแรก1.5หมื่นล้าน สมคิดลั่นเศรษฐกิจไทยผ่านจุดอันตราย ทอท.ประเดิมจ้าง 3 บริษัท ชนะประมูลสร้างสุวรรณภูมิ รองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคน/ปี
เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการลงนามสัญญาก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือสุวรรณภูมิเฟส 2 ระหว่างบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กับ 3 บริษัทที่ชนะการประมูลใน 3 สัญญา วงเงิน 14,909 ล้านบาท
นายสมคิด เปิดเผยว่า โครงการสุวรรณภูมิเฟสที่ 2 เป็นจุดเริ่มต้นการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐที่เป็นรูปธรรมชัดเจน และหลังจากนี้จะตามมาอีก ฉะนั้นเอกชนอย่ามัวรอมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ แต่บริษัทขนาดใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างในการมุ่งไปข้างหน้าด้วยตัวเอง และลงทุนให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาล
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ทีมเศรษฐกิจชุดนี้ทำงานมาครบ 1 ปี เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยพ้นจุดที่ทรุดตัวแล้ว ผ่านจุดอันตรายที่หลายฝ่ายห่วง แม้เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งพอ หากรัฐและเอกชนร่วมกันจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ด้วยภายใน ไม่ต้องหวังพึ่งส่งออก และหากมีการพัฒนาสนามบินตามเป้าหมายที่วางไว้ไทยจะเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
ด้าน นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า โครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟสที่ 2 จะรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านคน/ปี จากโครงการทั้งหมด 7 งาน วงเงินรวม 62,503 ล้านบาท
สำหรับ 3 สัญญาที่ได้ลงนาม ประกอบด้วย 1.งานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 และส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ ได้บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ วงเงิน 12,050 ล้านบาท จะเริ่มดำเนินงานวันที่ 15 ก.ย. 2559
2.งานจ้างก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค ได้กิจการค้าร่วม เอส จี แอนด์ อินเตอร์ลิงค์ วงเงิน 1,980 ล้านบาท จะเริ่มดำเนินงาน 15 ก.ย. 2559 และ 3.งานจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง ได้บริษัทที่ปรึกษา SCS Consortium วงเงิน 879 ล้านบาท จะเริ่มดำเนินงาน 1 ก.ย. 2559 ส่วนอีก 4 สัญญาจะดำเนินการเปิดประมูลต่อไป โดยโครงการสุวรรณภูมิเฟสที่ 2 จะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. 2562







