
ปธ.เจโทรหนุน ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่นโต
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
เป็นการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของ “ฮิโรคิ มิทสึมะตะ” ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) ภายหลังที่เข้ามารับตำแหน่งที่ประเทศไทยในเดือน ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา กับการร่วมพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น โดยนักลงทุนญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทยสูงสุดช่วงที่ผ่านมา
“มิทสึมะตะ” ประธานเจโทร กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ภารกิจที่เจโทรจะดำเนินการนับจากนี้มี 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การร่วมยกระดับอุตสาหกรรมในไทย ทั้งอุตสาหกรรมไอซีทีและอี-คอมเมิร์ซ ที่เชื่อมโยงกับดิจิทัลไทยแลนด์ การร่วมโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร หรือฟู้ดอินโนโพลิส การร่วมสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมภาคบริการ ธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ คอนเทนต์ และการร่วมสร้างนวัตกรรมในไทย
2.การร่วมมือผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ทั้งส่งเสริมบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทย ที่เกี่ยวกับคลัสเตอร์ที่รัฐบาลส่งเสริม การผลักดันให้เอกชนญี่ปุ่นร่วมทำโครงการประชารัฐของรัฐบาล การผลักดันธุรกิจเอสเอ็มอี ทั้งยกระดับการเงิน แรงงาน จับคู่ทางธุรกิจ การร่วมโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 3.การผลักดันให้บริษัทไทยขยายสู่ตลาดโลก ทั้งส่งเสริมเอกชนไทยไปลงทุนในญี่ปุ่น การร่วมมือระหว่างเอกชนไทยและญี่ปุ่นสู่ตลาดอาเซียน และนำเสนอข้อมูลด้านต่างๆ ของการตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ ทีพีพี
“มิทสึมะตะ” กล่าวต่อว่า การส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีในไทย ช่วงที่ผ่านมาได้มุ่งทำให้ธุรกิจไทยมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นและขยายตลาดใหม่ โดยเฉพาะทำโครงการในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ที่เจาะตลาดแอ็กทีฟ ซีเนียร์ การมุ่งยกระดับบรรจุภัณฑ์ที่มีผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ การขยายตลาดอุตสาหกรรมของเล่น การร่วมพัฒนาในอุตสาหกรรมท้องถิ่น ทั้งเซรามิกใน จ.ลำปาง การร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ
อีกทั้งยังร่วมมือให้เอกชนไทยและเอกชนญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอย่างใกล้ชิดผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดต่อเนื่องนับจากนี้ ทั้งจัดสัมมนาในไทยและจัดงานในญี่ปุ่น เพื่อทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทยและผลักดันเอกชนไทยไปลงทุนญี่ปุ่น
“นักลงทุนญี่ปุ่นตอบรับกับนโยบายคลัสเตอร์อุตสาหกรรมต่างๆ ของไทยในระดับดี โดยเฉพาะการลงทุนเขตเศรษฐกิจตะวันออกที่มีอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์สนใจลงทุน” มิทสึมะตะ กล่าว
เจโทรพร้อมส่งเสริมธุรกิจไทยไปลงทุนในญี่ปุ่น ซึ่งปีที่ผ่านมามี 3 บริษัทไทยที่เจโทรส่งเสริมและประสบความสำเร็จ ทั้งสปา ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมของเล่น ส่วนบริษัทไทยทั้งหมดที่เจโทรได้ไปทำกิจกรรมส่งเสริมในช่วงปีที่ผ่านมามีประมาณ 53 บริษัท
สำหรับสปาไทยได้เข้าไปเปิดบริการในเมืองโกเบ ชื่อ Diora Lang Suan ซึ่งเป็นสปาระดับบน (พรีเมียม) โดยเจโทรได้ส่งเสริมให้มีการเปิดให้ใช้สำนักงานชั่วคราวที่คิดอัตราค่าเช่าราคาถูก มีการโปรโมทสปาไทยผ่านเจโทร สำนักงานโกเบในญี่ปุ่น ส่วนธุรกิจที่เจโทรจะจัดกิจกรรมสนับสนุนต่อเนื่องจากนี้จะเกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการ
ท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ
“มิทสึมะตะ” กล่าวย้ำว่า การส่งเสริมความร่วมมือของไทยและญี่ปุ่นจะมีเพิ่มขึ้น คาดว่าจะมีการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจระหว่างเอกชนไทยและญี่ปุ่นสูงขึ้น เพื่อร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทย พร้อมผลักดันให้ธุรกิจไทยและเอสเอ็มอีสองประเทศเติบโตไปพร้อมกัน







