
PS-AP-QHเด่น
บล.ทิสโก้ ห่วง แสนสิริ-แอลพีเอ็น หลังยอดจอง 7 เดือน ห่างเป้าทั้งปีเยอะ เตือนหุ้นอสังหาริมทรัพย์เสี่ยงแนะเลือกรายตัว
บล.ทิสโก้ ห่วง แสนสิริ-แอลพีเอ็น หลังยอดจอง 7 เดือน ห่างเป้าทั้งปีเยอะ เตือนหุ้นอสังหาริมทรัพย์เสี่ยงแนะเลือกรายตัว
สำนักวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ วิเคราะห์ว่าการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมเลื่อนออกไปจากไตรมาส 2 ไปเป็นไตรมาส 4 เนื่องจากความต้องการที่ไม่แน่นอนจากมาตรการประหยัดภาษีที่หมดอายุลงในเดือน เม.ย. และการซื้ออ่อนแอจากโครงการที่เปิดตัวน้อยลง จำนวน 15 โครงการในครึ่งปีแรก โดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การวิเคราะห์ของทิสโก้มีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมในครึ่งปีหลังประมาณ 29 โครงการ จาก 15 โครงการ ในช่วงไตรมาส 3 จึงยังชอบบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP และบริษัทควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ซึ่งเน้นโครงการแนวราบและมีแผนเปิดตัวโครงการในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น
สำหรับยอดจองรวมในช่วง 7 เดือนปีนี้ คิดเป็น 44.9% ของประมาณการทั้งปี โดยหลักโครงการแนวราบสัดส่วน 64% คาดบริษัท แสนสิริ (SIRI) มีความเสี่ยงพลาดเป้ามากที่สุด ในช่วง 7 เดือน คิดเป็นเพียง 33% ของเป้าทั้งปี รองลงมาเป็นบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) มียอดจอง 39% ของทั้งปี
ทั้งนี้ เฉพาะยอดจองในเดือน ก.ค. อยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 14% จากเดือน มิ.ย. แต่เพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ว่าจะยังคงเป้ายอดจอง แต่สำหรับบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) และ QH มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากความล่าช้าของการเปิดตัวคอนโดมิเนียมไปเป็นไตรมาส 4 และปี 2560
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการซื้อที่ดินมากขึ้น เพื่อรองรับการเปิดโครงการในอนาคต ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม โดย PS และ LPN เน้นเปิดตัวโครงการประเภทสูงกว่า 2 แสนบาท/ตารางเมตร คาดว่าราคาโครงการที่เปิดใหม่จะสูงขึ้น และมีความเสี่ยงมากขึ้นของคอนโดมิเนียมในเมืองที่มีราคากลาง-สูง เนื่องจากมีการแข่งขันสูงขึ้น
“ไตรมาส 2 ผลงานมีเซอร์ไพรส์เล็กน้อยจากกำไรพิเศษของ LH และ AP ที่ยังไม่เกิดขึ้น มีเพียง QH และ LPN ที่ดีกว่าคาดหลักๆ จากยอดโอนที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขึ้นต้นทรงตัวจากไตรมาสแรก และเรามองว่าค่าใช้จ่ายจากการเปิดตัวโครงการที่ลดลงหนุนอัตรากำไรโดยรวม” บล.ทิสโกกล่าว
สำนักวิจัย บล.ทิสโก้ คาดว่ายอดจองของ PS และ QH จะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 จากแผนการเปิดตัวโครงการที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แนะนำให้นักลงทุนระมัดระวัง เน้นหุ้น
พี/อี ต่ำ และเงินปันผลสูง โดยมีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ยอดจองต่ำกว่าคาด ความล่าช้าในการเปิดโครงการ การยกเลิกงานในมือ และแนวโน้ม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่วนปัจจัยหนุน ได้แก่ ยอดจองดีกว่าคาด อำนาจในการซื้อของผู้บริโภคสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยมีเสถียรภาพ และยอดโอนเพิ่มขึ้น
นายชเนศวร์ แสงอารยะกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน (PYLON) คาดว่างานรับเหมางานฐานราก (เสาเข็มเจาะ) จะฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลัง จากโครงการขนาดใหญ่ที่จะเริ่มก่อสร้าง และงานประมูลขนาดใหญ่ที่ทยอยออกมาสร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชนลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้า
ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ 700 ล้านบาท เริ่มฟื้นตัว 30% จากเดือน พ.ค. อยู่ที่ 530 ล้านบาท มาจากงานรัฐเป็นส่วนใหญ่ เช่น งานสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และงานรถไฟรางคู่ ปริมาณงานเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่เริ่มมีมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2559 จะเติบโตจากปีก่อนได้ตามเป้าหมาย และจะฟื้นตัวเด่นชัดในปี 2560







