
'แอสคอทท์'ปักธงเอกมัย ชูจุดขายมิกซ์ยูสที่แรก
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
กลุ่มชาวต่างชาติที่เดินทางมาไทยมีวัตถุประสงค์ด้วยกันหลายอย่าง มีทั้งที่มาเที่ยวระยะสั้นๆ และมาพักระยะยาวเพราะต้องมาทำงาน จึงมีแบรนด์ที่พักระดับนานาชาติจากต่างประเทศเข้ามารุกขยายแบรนด์ของตัวเองในไทยจำนวนมากคู่ขนานไปกับปริมาณชาวต่างชาติที่ขยายตัว
จอห์น เคจเดนเนอร์ ผู้จัดการใหญ่ แอสคอทท์ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า แอสคอทท์เป็นแบรนด์จากสิงคโปร์ ที่เป็นเจ้าของและรับบริหารเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ ระดับนานาชาติ มีห้องพักที่บริหารอยู่กว่า 2.9 หมื่นยูนิตอยู่ในอเมริกา เอเชียแปซิฟิก ยุโรป และตะวันออกกลาง และมีอีกกว่า 1.7 หมื่นยูนิตที่กำลังพัฒนา เท่ากับขณะนี้มีห้องพักในมือ 4.7 หมื่นยูนิต จากเซอร์วิส เรสซิเดนซ์มากกว่า 290 แห่ง
สำหรับประเทศไทย แอสคอทท์เข้ามากว่า 20 ปีแล้ว มีทั้งรูปแบบร่วมลงทุนกับนักลงทุนไทยและที่รับบริหารอย่างเดียว โดยแอสคอทท์มีแบรนด์ทั้งหมด 3 แบรนด์ คือ โดยแบรนด์แรก คือ
“แอสคอทท์” เป็นเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ ระดับหรูที่สุดในกลุ่ม ถ้าเทียบกับโรงแรมก็คงเทียบได้กับระดับ 5 ดาว
แบรนด์ต่อมา คือ “ซัมเมอร์เซ็ท” เป็นเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ ที่มีขนาดห้องพักค่อนข้างใหญ่ เน้นเจาะกลุ่มครอบครัว เทียบได้กับโรงแรม 4 ดาว และแบรนด์สุดท้าย “ซิทาดีนส์” เป็นเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ ที่เน้นความคุ้มค่าเงิน ภายในตึกจะมีห้องพักขนาดเหมาะสมกับกลุ่มนักเดินทางที่เป็นคนรุ่นใหม่ นักธุรกิจที่มักเดินทางคนเดียว แต่ก็จะมีห้องพักขนาดใหญ่เล็กน้อยเทียบได้กับโรงแรม 3 ดาว
ปัจจุบันมีเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ในไทย 9 แห่ง ในจำนวนนี้อยู่ในกรุงเทพฯ 8 แห่ง คือ แอสคอทท์ สาทร ซิทาดีนส์ สุขุมวิท 8 ซิทาดีนส์ สุขุมวิท 11 ซิทาดีนส์ สุขุมวิท 16 ซิทาดีนส์ สุขุมวิท 23 ซัมเมอร์เซ็ท เลค พ้อยท์ ซัมเมอร์เซ็ท พาร์ค สวนพลู ซัมเมอร์เซ็ท สุขุมวิท ทองหล่อ และอีก 1 แห่งอยู่ในศรีราชา คือ ซิทาดีนส์ แกรนด์ เซ็นทรัล ศรีราชา นอกจากนี้ยังมีอีก 8 แห่งอยู่ระหว่างพัฒนาและจะทยอยเปิดให้บริการในอนาคต อยู่ในกรุงเทพฯ 3 แห่ง พัทยา 4 แห่ง และศรีราชา อีก 1 แห่ง
“อัตราเข้าพักเฉลี่ยของเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ทั้งหมดที่เปิดให้บริการอยู่ทุกแห่งเฉลี่ย 80-90% ยกเว้นศรีราชาที่จะอยู่ในระดับ 90% ขึ้นไปตลอด เพราะเป็นที่พักที่อยู่ในย่านนิคมอุตสาหกรรม ส่วนลูกค้าที่เข้าพักจะเป็นกลุ่มองค์กรที่พักระยะยาวตั้งแต่ 1 เดือน-1 ปี โดยที่ทุกโครงการจะมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมด้วย ทำให้สามารถขายห้องพักได้ทุกรูปแบบทั้งระยะสั้นและระยะยาว อย่างไรก็ตามส่วนผสมของลูกค้าในแต่ละแบรนด์จะต่างกัน แอสคอทท์จะมีลูกค้าระยะยาว 50-60% ซัมเมอร์เซ็ทพักระยะยาว 60% และซีทาดีนส์พักระยะยาว 30-40%”
เคจเดนเนอร์ กล่าวว่า ภายในปี 2563 แอสคอทท์คาดว่าจะมีเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ที่เปิดดำเนินการ 20 แห่ง ปัจจุบันแอสคอทท์พยายามมองหาทำเลที่น่าสนใจในเมืองใหญ่นอกเหนือจากกรุงเทพฯ เพิ่มเติมเพื่อขยายแบรนด์ ให้น้ำหนักไปที่เมืองที่มีลูกค้ากลุ่มองค์กรไปพักระยะยาวมาก ส่วนกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการผสมผสานหลายสัญชาติ โดยอันดับ 1 ในทุกโครงการจะเป็นญี่ปุ่น รองลงมาเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ
ขณะที่โครงการล่าสุดที่เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 25 ส.ค. คือ ซัมเมอร์เซ็ท เอกมัย แบงค็อก เป็นโครงการมิกซ์ยูสโครงการแรกที่แอสคอทท์ทำ ในโครงการประกอบด้วยเรสซิเดนซ์ที่ไม่ได้มีบริการแบบโรงแรม (นันเซอร์วิส เรสซิเดนซ์) 81 ยูนิต เซอร์วิส เรสซิเดนซ์ 130 ยูนิต ห้องประชุม โรงแรม 51 ยูนิต และพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตร่วมกัน (โคลีฟวิ่ง สเปซ)
ทั้งนี้ ห้องประชุมเป็นจุดขายของโครงการซัมเมอร์เซ็ท เอกมัย โดยห้องประชุมที่จุคนได้สูงสุด 200 คน มีอุปกรณ์เทคโนโลยีภาพและเสียงที่ทันสมัยรองรับการส่งสัญญาณถ่ายทอดสดประชุมผ่านอินเทอร์เน็ตได้ มีบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั้งอาคาร เนื่องจากต้องการให้ตอบโจทย์ผู้เข้าพักที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มองค์กร ซึ่งอาจมีความต้องการจัดประชุมเล็ก เป็นการประชุมของสำนักงานในภูมิภาคสาขาย่อย
“ตลาดการประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์) เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่จะให้ความสำคัญ โดยมีตัวเลขประเมินไว้ว่า ในปี 2565 จะมีนักเดินทางด้านไมซ์มาไทย 1.3 ล้านคน โดย 75% ของการประชุมขนาดเล็ก ทำให้แอสคอทท์มองว่าอนาคตการใช้ห้องประชุมขนาดเล็กจะสูงขึ้น ซึ่งมีโครงการเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ไม่มากในกรุงเทพฯ ที่จะมีห้องประชุมในลักษณะนี้ คือ ห้องออดิทอเรียมใหญ่ 1 ห้องที่มีที่นั่งลดหลั่นเป็นลำดับขั้น และห้องประชุมอเนกประสงค์ 5 ห้อง”
เคจเดนเนอร์ กล่าวว่า ซัมเมอร์เซ็ท เอกมัย แบงค็อก ส่วนที่เปิดให้บริการวันที่ 25 ส.ค. ประกอบด้วยส่วนที่เป็นนันเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ ซึ่งจะมีจุดขายคือให้ผู้เช่าเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ และส่วนที่เป็นห้องประชุม ขณะที่ส่วนที่เหลือคือ เซอร์วิส เรสซิเดนซ์ โรงแรม และโคลีฟวิ่ง สเปซ จะพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ในเดือน พ.ย.นี้
ด้านแนวโน้มการตอบรับในโครงการซัมเมอร์เซ็ท เอกมัย แบงค็อก ดีเพราะตั้งอยู่ในทำเลที่ใกล้กับรถไฟฟ้าสถานีเอกมัย ใกล้กับแหล่งบันเทิงและธุรกิจ ปัจจุบันมียอดกลุ่มลูกค้าองค์กรเช่าห้องพักมาแล้วเกิน 80% ขณะที่สัดส่วนรายได้ในโครงการนี้ ที่มาจากห้องประชุม ปีแรกอาจจะมีเพียง 5-7% แต่ 3 ปีข้างหน้ามั่นใจว่าจะเพิ่มเป็น 15%
เคจเดนเนอร์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายที่แอสคอทท์ให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจ แม้ว่าราคาห้องพักในไทยจะไม่สูงเมื่อเทียบกับอีกหลายเมืองและการแข่งขันสูง แต่ก็เป็นจุดหมายที่ลูกค้านิยมสูงเช่นกันทำให้มีศักยภาพเติบโต ขณะเดียวกันแม้ที่ผ่านมาไทยจะมีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นบ้าง แต่ลูกค้าองค์กรก็ยังมียอดพักที่แข็งแกร่ง
จะเห็นได้ว่าสำหรับนักลงทุนธุรกิจบริการ แม้ระหว่างทางในไทยจะมีเหตุการณ์ที่ตื่นเต้น แต่ที่นี่ก็ยังเป็นจุดหมายเนื้อหอมซึ่งมิอาจล่าถอยได้เช่นเดิม







