posttoday
อนาคตไทย-จีน ความร่วมมือเศรษฐกิจ

อนาคตไทย-จีน ความร่วมมือเศรษฐกิจ

24 สิงหาคม 2559

ความสัมพันธ์ไทย-จีน ในภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว กำลังเป็นที่กล่าวถึงด้านนโยบายความร่วมมือในอนาคต

โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง

ความสัมพันธ์ไทย-จีน ในภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว กำลังเป็นที่กล่าวถึงด้านนโยบายความร่วมมือในอนาคต รวมถึงการสร้างยุทธศาสตร์ที่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

เจิ้ง ลู่ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยหวาเฉียว (HQU) เปิดเผยถึงความสัมพันธ์ไทย-จีน ว่า มีความสัมพันธ์อันดีมายาวนาน ทั้งทางสังคม วัฒนธรรม และทางเศรษฐกิจ โดยเชื่อมั่นว่าในสภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวสามารถก้าวพ้นสถานการณ์นี้ได้อย่างไม่มีผลกระทบ ด้วยไทย-จีนได้เชื่อมโยงทางยุทธศาสตร์หลายด้าน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ซึ่งในสมัยโบราณได้เดินทางเชื่อมโยงทางทะเล ทำให้มีชาวจีนจำนวนมากเข้ามาในประเทศไทย ทั้งทำการค้าและอาศัยอยู่ในพื้นที่

ดังนั้น ความสัมพันธ์ไทย-จีน เสมือนความสัมพันธ์พี่น้องที่มีความเกี่ยวโยงทางด้านสายเลือด ซึ่งตั้งแต่ปี 2518 จีนได้สถาปนาความสัมพันธ์ 41 ปี กับประเทศไทย ทั้งความมั่นคงของไทย-จีน ร่วมมือกันในด้านยุทธศาสตร์ โดยในปี 2556 ได้ลงนามความร่วมมือแผนระยะยาวระหว่างไทยและจีน ขณะที่ในปี 2558 มูลค่าทางการค้าระหว่างไทยและจีนมีมูลค่า 7.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งได้เพิ่มขึ้น 5 เท่า ในรอบ 20 ปี ส่งผลให้จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย ขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ในอาเซียนของจีน

โดยในปี 2556 ประธานาธิบดีของจีนยังได้เสนอยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 ซึ่งทั่วโลกให้การตอบรับอย่างดีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งเส้นทางสายไหมได้เชื่อมโยงใน 5 มิติ ได้แก่ มิติด้านเศรษฐกิจ นโยบาย สาธารณูปโภค การเงิน การตลาด และขยายความร่วมมือทางยุทธศาสตร์มากขึ้น โดยไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่เชื่อมโยงแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย และเป็นจุดสำคัญในเส้นทางสายไหมทางทะเล

กนก วงษ์ตระหง่าน ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน (วช.) เปิดเผยว่า กลยุทธ์ความร่วมมือที่สำคัญคือ หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-จีน ที่เป็นการวางแผนระยะยาวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง โดยในรอบ 30 ปี จีนได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รายได้ต่อหัวของประชาชนจีนเพิ่มขึ้น 25 เท่า แสดงถึงความสำเร็จในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจีนได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม ระบบรางในภูมิภาค จีนมีนโยบายสร้างเส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเลเชื่อมโยงจีนกับเอเชียกลาง มีผลนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง

นอกจากนี้ ยังตั้งธนาคารที่สนับสนุนการพัฒนาในภูมิภาค คือ ธนาคาร AIIB และเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย ซึ่งระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน สามารถสรุปได้เป็น 5 ระดับ กล่าวคือ 1.ทั้งสองฝ่ายมีความเชื่อมั่นและเชื่อใจกันระดับสูง 2.มีการร่วมมือทางด้านงานวิจัยร่วมกันในระยะยาว 3.มีการร่วมมือกันบนพื้นฐานความมั่นคงและผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ 4.สนับสนุนมิติทางด้านการเมืองเคียงข้างกันในเวทีโลก 5.มีภูมิศาสตร์ที่เชื่อมโยงกัน

จากเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2542 ไทยและจีนได้แถลงการณ์ร่วมในความร่วมมือ ได้สร้างแผนปฏิบัติการร่วม ซึ่งเกิดขึ้น 2 แผน ได้แก่ ปี 2550-2554 เป็นแผนที่ 1 และปี 2555-2559 เป็นแผนที่ 2 ซึ่งเป็นแผนพัฒนาการค้าและทางด้านวัฒนธรรมที่ควรคำนึงถึงความล่าช้าในการร่วมมือบางประการที่อาจส่งผลกระทบทางด้านยุทธศาสตร์ จึงเสนอแนะแนวทางความร่วมมือที่ต้องพัฒนา

ประการแรก แนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือใต้ (Economic Corridors) ที่ไทยและจีนมีการเชื่อมโยงทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ แต่ยังขาดทางระบบรางที่ควรหาทางออกเพื่ออนาคตทั้งสองประเทศ ซึ่งได้มีโครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน อีกทั้งจีนมีความฝันสร้างรถไฟฟ้า คุนหมิง-สิงคโปร์ เชื่อมโยงเส้นทางสายไหมทางบกและเส้นทางสายไหมทางทะเล

โดยความร่วมมืออย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ มองว่าจีนต้องลดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจลง และเพิ่มความมั่นคงทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม ให้มากขึ้น ในการตัดสินใจทุกเรื่อง สำหรับข้อมูลระบบรางของไทย ในปลายเดือน มี.ค. 2559 รัฐไทยตัดสินใจลงทุนด้วยตัวเอง สร้างทางรถไฟ กรุงเทพฯ นครราชสีมา ขณะที่ไทยมุ่งหวังศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีจากจีน

ประการที่ 2 หัวใจสำคัญของความสำเร็จ คือความจริงใจในการร่วมมือกัน และสามารถกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนชนบทได้จริงบนพื้นฐานความสมดุลและผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนสร้างงานและความเจริญสู่ภูมิภาค เป็นแหล่งทุนเชื่อมโยงในภูมิภาค รวมถึงพลังแห่งความรู้ การค้นคว้าวิจัย ของนักวิชาการ

เพื่อแสวงหาแนวทางการบรรลุเป้าหมายร่วมกัน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี