
ถึงเวลาคาร์พูล
โดย...ทราวิส คาลานิค ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ อูเบอร์
โดย...ทราวิส คาลานิค ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ อูเบอร์
ความทรงจำอย่างหนึ่งตอนผมเป็นเด็กที่โตขึ้นในลอสแองเจลิส ช่วงปี 1980 ก็คือรถติดแบบมองไม่เห็นหางแถว มันน่าเศร้าที่วันนี้ สภาพการจราจรบนถนนยังคงหลอกหลอนในหลายๆ เมือง ผู้คนในแอลเอเสียเวลาบนท้องถนนไปกับการจราจร คิดแล้วเป็นเวลาถึงสองสัปดาห์ต่อปี ที่แย่กว่านั้นคือ นี่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคนในมหานครทั่วโลก โดยเฉพาะในเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างกรุงมะนิลา
หลายครั้งที่มะนิลาได้ชื่อว่าเป็น “เมืองที่มีการจราจรแย่ที่สุดในโลก” เมื่อคิดเป็นมูลค่าความสูญเสียในเชิงประสิทธิผลสำหรับเมืองนี้แล้วอาจสูงถึงวันละสามล้านเปโซ ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ประธานาธิบดีดูเตอร์เต ได้ตระหนักถึงปัญหานี้และกำหนดให้เป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งที่ประเทศฟิลิปปินส์กำลังเผชิญอยู่
หลายแนวทางแก้ปัญหาได้ถูกเสนอเพื่อแก้วิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ ทั้งการสร้างถนนเพิ่ม กำหนดภาษีสำหรับรถยนต์คันที่สองด้วยอัตราที่สูงลิ่ว รวมไปถึงย้ายสถานที่ราชการต่างๆ ออกมานอกเมืองหลวง แต่แท้ที่จริงแล้วเรามีวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ในทันที จากปลายนิ้วของพวกเราเอง ในเมืองใหญ่ๆ อย่าง เมืองแอลเอจนถึงกรุงมะนิลา โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณรัฐ นั่นคือการหันมาใช้เทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการ เปลี่ยนสมาร์ทโฟนธรรมดา มาเป็นเครื่องมือค้นหาเพื่อนร่วมเดินทางเพื่อลดจำนวนรถที่สัญจรไปมาบนท้องถนน
แน่นอนว่า คาร์พูลหรือทางเดียวกันไปด้วยกัน ไม่ใช่แนวคิดใหม่ จนกระทั่งการใช้สมาร์ทโฟนเริ่มแพร่หลายมากยิ่งขึ้นทำให้ระบบที่สามารถใช้ค้นหาเพื่อนร่วมเดินทางที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้เป็นจริงได้ในที่สุด ซึ่งแอพพลิเคชั่นอย่าง Uber ก็ตอบโจทย์นี้ เพราะทำให้คุณสามารถเดินทางร่วมกันจากปลายนิ้ว บริการ uberPOOL เป็นรูปแบบการให้บริการที่พิสูจน์แล้วในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก
ยกตัวอย่าง ลอสแองเจลิส บริการ uberPOOL ช่วยลดระยะทางการขับขี่รถยนต์บนถนนโดยรวมถึง 7.9 ล้านไมล์ และลดมลพิษทางอากาศที่เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้ถึง 1,400 คิวบิกตัน ใน 7 เดือนแรก ขณะที่กรุงมะนิลา ผู้คนที่สัญจรไปมากว่า 7.3 หมื่นคน หันมาใช้บริการร่วมเดินทางนี้ตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือน มิ.ย. ซึ่งตัวเลขผู้ใช้บริการมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และลดตัวเลขระยะทางในการขับขี่รถยนต์ไปได้ถึง 5.78 แสนกิโลเมตร ลดอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิงรวม 2.72 หมื่นลิตร รวมถึงลดมลพิษทางอากาศไปถึง 6.4 หมื่นกิโลกรัม ภายใน 2 เดือน
ดังนั้น โซลูชั่นในการแก้ปัญหาจราจรจลาจล จึงไม่ได้อยู่ที่การลดมูลค่าของรถยนต์ แต่เป็นการใช้รถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของทุกคนได้อีกด้วย โดยมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาให้เข้าถึงระบบขนส่งที่ทุกคนจ่ายได้ มีความน่าเชื่อถือจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้







