
7เดือน บสก.มีรายได้ กว่า 8 พันล.
บสก. โชว์รายได้ 7เดือน 8,174 ล้านบาท มั่นใจตลาดบ้านมืองสองพุ่งแรง
บสก. โชว์รายได้ 7เดือน 8,174 ล้านบาท มั่นใจตลาดบ้านมืองสองพุ่งแรง
นายสุเมธ มณีวัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินการในช่วง 7เดือน ที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค. 2553) ว่า บสก.มีรายได้จากการปรับโครงสร้างหนี้และจำหน่ายสินทรัพย์รวม 8,174.48 ล้านบาท คิดเป็น 117.15% ของเป้าหมาย จากเป้าหมาย 7เดือนที่จำนวน6,978 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,700 ล้านบาทคอว่าทั้งปีจะมีรายได้ตามเปาหมาย 11,963 ล้านบาท และมีกำไร 2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไร 20 %
สำหรับโครงการช่วยบรรเทาผลกระทบจากเศรษฐกิจ และช่วยลูกหนี้รายย่อย เช่น โครงการช่วยคืนทรัพย์ให้คุณ มีลูกค้าเข้าร่วมโครงการ 2,112 ราย มูลค่า 3,847 ล้านบาท และโครงการผ่อนชำระกับบสก. มีลูกค้าจำนวน1,387 ราย รวมมูลค่าสินทรัพย์414 ล้านบาท
ปัจจุบัน ณ.เดือนก.ค. 2553 บสก.มีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ(เอ็นพีแอล) 45,566 รายคิดเป็นมูลค่า 236,243 ล้านบาท สินทรัพย์รอการขาย(เอ็นพีเอ) 15,370 รายการ คิดเป็นมูลค่า 38,996ล้านบาท โดยที่ผ่านมาได้รับซื้อเอ็นพีเอและเอ็นพีแอลจากสถาบันการเงินรวม 15,792.08 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะรับซื้อเอ็นพีเอและเอ็นพีแอลได้ตามเป้าหมายที่ 19,000 ล้านบาท
นายสุเมธกล่าวว่า บสก.คาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจจะมีอัตราการเติบโต 5.8-6% อัตราดอกเบี้ยน่าจะปรับตัวอยู่ที่ 2 % และปีหน้าอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3 % ภาวะอสังหาริมทรัพย์ในตลาดบ้านมือสอง คาดว่าจะฟื้นตัวในช่วงเดือนไตรมาสสุดท้าย (ก.ย.-ธ.ค.) อย่างไรก็ตามหลังจากที่มาตรการอสังหาริมทรัพย์หมดอายุจะทำให้ราคาบ้านสูง 3-5% เนื่องจากราคาวัสดุก่อสร้างปรับสูงขึ้น และจากการพัฒนาแนวรถไฟฟ้าไปสู่ชานเมืองมากขึ้นจะทำให้อีก 5-10ปี บ้านเทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝดจะมีความนิยมมากขึ้น ที่อยุ่อาศัยมือสองที่ขายดีในปีนี้คือคอนโดมิเนียมกลางเมือง และใกล้แนวรถไฟฟ้าระดับราคา2-3 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่ต้อง การคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จมีจำนวนมากขึ้น ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบจาการขึ้นดอกเบี้ยมีไม่มากนัก ซึ่งปัจจัยอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่มาก เพราะถือว่าดอกเบี้ยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ แจะส่งผลให้ลูกค้าอดูสถานการณ์ก่อนการตัดสินใจซื้อ







