posttoday
กองโครงสร้างพื้นฐานแพง

กองโครงสร้างพื้นฐานแพง

23 สิงหาคม 2559

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานผลตอบแทนต่ำ ไม่น่าลงทุน หลังนักลงทุนแห่ซื้อดันราคาพุ่ง

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานผลตอบแทนต่ำ ไม่น่าลงทุน หลังนักลงทุนแห่ซื้อดันราคาพุ่ง

นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า ไม่แนะนำให้ลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากราคาค่อนข้างแพงเกินไปแล้ว

“น่าลงทุนตอนที่ราคา 10 บาท แต่ตอนนี้ราคาขึ้นมาแล้ว ทำให้ผลตอบแทนที่แท้จริงปรับลดลงไปจนเหลือน้อยมาก เพราะเงินที่ได้มาส่วนหนึ่งเป็นการคืนเงินต้น เช่นเดียวกับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ที่ลงทุนในสิทธิการเช่า” นายวิน กล่าว

นอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนอสังหาริมทรัพย์และรีท ราคาแพงขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากมีนักลงทุนเข้ามาลงทุนมากขึ้น หลังจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก

“คนมาซื้อกองทุนอสังหาฯ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพราะคาดหวังผลตอบแทนดีกว่าดอกเบี้ย แต่ปัจจุบันไม่อยากให้คนเข้าใจว่าจะได้ผลตอบแทนดีเท่ากับเมื่อก่อน นอกจากนี้กองทุนที่จะออกมาใหม่จะให้ผลตอบแทนต่ำลงตามภาวะตลาดในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการลงทุนในกองทุนดังกล่าวต้องระมัดระวังมากขึ้น” นายวิน กล่าว

ผู้บริหาร บลจ.แห่งหนึ่ง กล่าวว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบางกองทุนมีอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงตลอดอายุโครงการที่เหลืออยู่ (IRR) ต่ำกว่า 1% ขณะที่บางกองทุนมีผลตอบแทนติดลบ เพราะราคาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม ขณะที่อายุโครงการหรืออายุสัมปทานลดลงเรื่อยๆ

“นอกจากนี้ IRR ที่คำนวณในช่วงเปิดขายกองทุนครั้งแรกจะเป็นการประเมินจากสมมติฐานบางอย่าง ซึ่งไม่สามารถทำได้จริง เช่น มีเงื่อนไขการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้นทุกๆ 3 ปี แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถปรับเพิ่มได้ตามที่คาดไว้ ทำให้ IRR ลดลง” ผู้บริหาร กล่าว

นอกจากนี้ มองว่าผลตอบแทนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่น่าลงทุนควรอยู่ระหว่าง 6-9% หรือมากกว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ประมาณ 3-5% แต่หากให้ผลตอบแทนเท่ากับพันธบัตร 10 ปี ไม่น่าลงทุน เพราะมีความเสี่ยงสูงกว่า และในอนาคตอัตราดอกเบี้ยกลับมาเป็นขาขึ้น จะทำให้ผลตอบแทนต่ำกว่าพันธบัตร

ทั้งนี้ จากข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าราคาหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด 5 กองทุน ตั้งแต่ต้นปี 2559 จนถึงวันที่ 19 ส.ค. 2559 ปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) เพิ่มขึ้น 28.96%

รองลงมาคือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) เพิ่มขึ้น 25.49% กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) เพิ่มขึ้น 18.55% กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(EGATIF) เพิ่มขึ้น 10.68% และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ABPIF) เพิ่มขึ้น 9.82%

สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. 2559 ต่างมีรายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น โดยกองทุน JASIF มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,272.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จึงจ่ายเงินปันผลจากงวดดังกล่าวในอัตรา 0.22 บาท กำหนดจ่ายเงิน 31 ส.ค.นี้

กองทุน DIF มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,333.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.09% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยจ่ายเงินปันผลจากงวดดังกล่าวและจากกำไรสะสม ในอัตรา 0.239 บาท/หน่วย กำหนดจ่ายเงินในวันที่ 23 ส.ค.นี้

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ABPIF) มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 174.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.29% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGATIF) มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 291.12 ล้านบาท ขณะที่กองทุนมีผลขาดทุนสะสมจึงไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ แต่กองทุนมีสภาพคล่องส่วนเกิน 460 ล้านบาท ที่จะจ่ายคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ โดยบริษัทจัดการจะขออนุมัติแก้ไขรายละเอียดโครงการต่อไป

นอกจากนี้ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) งวดบัญชีไตรมาสแรก ปี 2559/2560 มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,097.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงจ่ายเงินปันผลจากงวดดังกล่าวในอัตรา 0.189 บาท/หน่วย กำหนดจ่ายเงินวันที่ 5 ก.ย. 2559

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท