posttoday
ชะลอโรงไฟฟ้าปะนาเระ

ชะลอโรงไฟฟ้าปะนาเระ

23 สิงหาคม 2559

พลังงานชะลอแผนโรงไฟฟ้าถ่านหินปะนาเระ หวั่นกระทบโรงไฟฟ้ากระบี่-เทพาที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

พลังงานชะลอแผนโรงไฟฟ้าถ่านหินปะนาเระ หวั่นกระทบโรงไฟฟ้ากระบี่-เทพาที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้กระทรวงพลังงานได้รายงานความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด ณ บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี กำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ ซึ่งกระทรวงพลังงานเสนอว่าควรชะลอออกไปก่อน เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และยังอาจส่งผลกระทบต่อโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า สนพ.ต้องการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2015) ก่อน คือ โรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ กำลังการผลิต 870 เมกะวัตต์ ที่มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2562 และโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา กำลังการผลิต 2,000 เมกะวัตต์ ที่มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2564 ส่วนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินปะนาเระ ใน จ.ปัตตานี ยังจะต้องประเมินศักยภาพพื้นที่และความเหมาะสมด้านเทคนิคด้วย

“สนพ.เห็นว่า ตอนนี้การจัดหาปริมาณไฟฟ้ารองรับการใช้ในภาคใต้ ควรจะสนับสนุนให้โรงไฟฟ้าถ่านหินตามแผนพีดีพีเกิดให้ได้ก่อน หลังจากนั้นจึงจะเริ่มโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่จะเกิดขึ้นได้อีกในปี 2569-2570” แหล่งข่าวเปิดเผย

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลยังระบุว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา สนพ.ได้ประชุมหารือโครงการดังกล่าว โดยมีตัวแทนจากกระทรวงกลาโหม ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กองทัพบก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น เข้าร่วม โดยที่ประชุมเห็นว่าโครงการอาจมีความเหมาะสมด้านเทคนิค หากช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ แต่หลังจากกระทรวงพลังงาน โดย สนพ.พิจารณาแล้ว มีความเห็นว่าควรชะลอโครงการนี้ไปก่อน

ด้านแหล่งข่าวจาก สกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาประเมินข้อเสนอขายไฟฟ้าด้านราคา โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งไม่รวมโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่รับซื้อในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ได้พิจารณาข้อเสนอของเอกชนที่ยื่นข้อเสนอขายไฟฟ้าในโครงการ ซึ่งปรากฏว่ามีเอกชนที่ผ่านคุณสมบัติการคัดเลือก 44 ราย คิดเป็นกำลังผลิตไฟฟ้า 338.30 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าในโครงการ 46 เมกะวัตต์

“การเปิดรับซื้อไฟฟ้าชีวมวลรอบนี้แยกเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ 10 เมกะวัตต์ และชีวมวล 36 เมกะวัตต์ แต่มีผู้มายื่นมากกว่าเป้าหมายหลายเท่า ถือว่าได้รับความสนใจมาก ซึ่งหลังจากพิจารณาคุณสมบัติและข้อเสนอด้านเทคนิคแล้ว จึงจะพิจารณาข้อเสนอด้านราคา จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก 25 ส.ค. และกำหนดลงนามสัญญาซื้อขายระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและผู้ที่ได้รับคัดเลือกวันที่ 23 ธ.ค.” แหล่งข่าวเปิดเผย

ภาพประกอบข่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ