
ธปท.เผยต้นปีถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้น5%
ธปท.ชี้ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้น 5% อยู่ในระดับกลางๆไม่กระทบส่งออก ยืนยันจะดูแลให้เคลื่อนไหวไปตามประเทศภูมิภาคเพื่อไม่ให้กระทบภาคธุรกิจ
ธปท.ชี้ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้น 5% อยู่ในระดับกลางๆไม่กระทบส่งออก ยืนยันจะดูแลให้เคลื่อนไหวไปตามประเทศภูมิภาคเพื่อไม่ให้กระทบภาคธุรกิจ
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบันบันค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นไปแล้ว 5% อยู่ในระดับกลางๆเมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆในภูมิภาค และถึงเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นแต่ก็ยังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสกุลอื่นๆในภูมิภาค ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก และไม่ทำให้ภาคเอกชนเสียเปรียบประเทศคู่ค้าคู่แข่ง ยังสามารถแข่งขันได้ ซึ่งการที่เวียดนามปรับค่าเงินดองให้อ่อนค่าลงก็ไม่กระทบการส่งออกของไทย
“เงินบาทแข็งค่าขึ้นเป็นไปตามปัจจัยทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ โดยปัจจัยภายในคือภาคการส่งออกมีการนำเงินเหรียญสหรัฐออกมาขายมากขึ้น ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างความต้องการเงินเหรียญสหรัฐและเงินบาทมากขึ้น ขณะที่การลงทุนในประเทศก็มีมากขึ้นในระยะต่อไปภาวะเศรษฐกิจปรับดีขึ้น ดังนั้นถ้าการลงทุนแข็งแกร่งขึ้น การนำเข้ามามีมากขึ้น ก็ช่วยการแข็งค่าของเงินบาทได้ด้วย เพราะการนำเข้าทำให้ความต้องการเงินเหรียญสหรัฐมีมากขึ้น” นางธาริษากล่าว
ทั้งนี้ ค่าเงินสกุลอื่นๆในภูมิภาคมีทั้งแข็งค่าและอ่อนค่ากว่าไทย อาทิ มาเลเซียแข็งค่าขึ้น 8% กว่าๆ อินโดนีเซียแข็งค่าขึ้น 5% ส่วนสิงคโปร์และฟิลิปปินส์แข็งค่าขึ้นประมาณ 3% กว่า อย่างไรก็ตามในการดุแลค่าเงินบาทธปท.จะยังดูแลให้ค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวน ไม่เป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ และให้เป็นไปตามทิสทางสกุลเงินในภูมิภาค







