
ธอส.เครื่องร้อนลุยธุรกิจใหม่
อ้อนคลังขอขยายธุรกิจทำบัตรเครดิต ออกสลาก ลงทุนหุ้นประกัน
อ้อนคลังขอขยายธุรกิจทำบัตรเครดิต ออกสลาก ลงทุนหุ้นประกัน
ธอส.เสนอคลัง แก้กฎหมายขยายการทำธุรกิจบริการลูกค้าครบวงจร
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารกำลังเสนอแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. 2496 ให้ทางกระทรวงการคลังพิจารณา หากกระทรวงการคลังเห็นชอบก็จะเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป
ทั้งนี้ เป้าหมายของการแก้ พ.ร.บ.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อขยายการทำธุรกิจรองรับความต้องการของลูกค้า รวมทั้งเป็นการปรับการทำงานของธนาคารให้สอดรับกับนวัตกรรมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไปมีสาระสำคัญใน 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ การให้บริการสินเชื่อรีเวิร์ส มอร์ทเกจ ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างศึกษาการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้สูงอายุ
มีรูปแบบคือผู้ขอสินเชื่อต้องนำหลักทรัพย์คือบ้านมาค้ำประกันสินเชื่อ แล้วธนาคารจะพิจารณาปล่อยกู้ แต่จะส่งเงินสินเชื่อให้ผู้กู้เป็นรายเดือน รายละเอียดอยู่ระหว่างการศึกษา เป้าหมายคือเพื่อรองรับกับสังคมผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ ธนาคารยังเสนอเพิ่มให้บริการบัตรเครดิตและบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่นๆ เพื่อรองรับการออกบัตรเครดิตและสลากออมทรัพย์ เพื่อเป็นหนึ่งในทางเลือกของการระดมเงินฝากจากประชาชนที่มีระยะยาวมากขึ้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของการแผนการปรับโครงสร้างเงินฝาก ตามการตั้งข้อสังเกตของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เสนอให้ ธอส.ระดมเงินฝากระยะยาวมากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับการปล่อยกู้บ้านที่มีระยะยาว 20-30 ปี
ขณะที่เรื่องการออกบัตรเครดิตคาดว่าหลังจากที่ขั้นตอนการพิจารณาแก้กฎหมายแล้วเสร็จในปี 2560 ธนาคารจะสามารถออกบัตรเครดิต เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้เป็นผลิตภัณฑ์แรก
พร้อมกันนี้ธนาคารได้ขอแก้ พ.ร.บ. เพื่อให้ธนาคารสามารถถือหุ้นที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งรวมถึงการถือหุ้นในบริษัทประกัน เช่น อัคคีภัยได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกลูกค้าที่จะมีผลถึงการได้รับบริการในอัตราที่ถูกลงได้
สำหรับผลดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปี 2559 ว่า ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งสิ้น 7.58 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.93% คิดเป็น 45% ของเป้าหมายรวมทั้งปีที่ 1.7 แสนล้านบาท มียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 8.94 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.62% จากเป้ารวมสิ้นปีที่ 9.37 แสนล้านบาท มีสินทรัพย์รวม 9.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.52% เงินฝากรวม 7.57 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.32% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 5.14 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 5.76% ของยอดสินเชื่อรวมมีกำไรสุทธิ 5,158 ล้านบาท
ด้าน นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนทำนากับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ หรือ 1 หมื่นบาท/ครัวเรือน เพื่อเป็นการบรรเทาและดูแลค่าใช้จ่ายด้านการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว คาดว่าจะมีเกษตรกรได้ประโยชน์ทั้งสิ้น 3.7 ล้านราย และจะใช้งบประมาณดำเนินการอยู่ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าหมายจ่ายเงินให้หมดภายใน 4 เดือน







