
จับสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยเฟด
โดย...วรดา ตันติสุนทร
โดย...วรดา ตันติสุนทร
ในสัปดาห์นี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.50-34.80 บาท/เหรียญสหรัฐ ตลาดให้ความสำคัญต่อการแถลงการณ์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะพูดในงานสัมมนาวิชาการแจ็กสัน โฮล (Jackson Holes) ในวันที่ 26 ส.ค. ซึ่งตลาดจะจับตามองการส่งสัญญาณของเฟด ถึงโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
หลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของเงินเหรียญสหรัฐมีความผันผวนมากขึ้น หลังตลาดตอบรับกับการให้สัมภาษณ์ของผู้กำหนดนโยบายหลายท่านที่ออกมาให้เหตุผลสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างเช่น นายวิลเลียม ดัดลีย์ (William Dudley) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก และนายจอห์น วิลเลียม (John Williams) ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก ถึงแม้ว่าในรายงานการประชุมเดือน ก.ค.ของเฟดจะบอกว่าผู้กำหนดนโยบายยังไม่มีท่าทีชัดเจนในการขึ้นดอกเบี้ยปีนี้
ทั้งนี้ ตราบใดที่ตลาดยังคงไม่เห็นท่าทีที่ชัดเจนของเฟด เงินทุนจากต่างชาติก็จะยังคงไหลเข้ามาในตลาดกลุ่มประเทศเกิดใหม่อยู่ต่อเนื่องเพื่อมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ตาม Risk On Sentiment ที่จะยังคงเกิดขึ้น
นอกจากงานสัมมนาวิชาการ Jackson Holes แล้ว ในสัปดาห์นี้จะมีตัวเลขยอดขายบ้านและยอดซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ ที่ตลาดมองว่าจะสามารถขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ด้านตัวเลขเศรษฐกิจไทยนั้น จะมีตัวเลขมูลค่าการส่งออกและการนำเข้า โดยตลาดยังคงมองว่าทั้งการส่งออกและการนำเข้าของไทยในเดือน ก.ค.จะยังคงหดตัวอยู่
เงินบาท เปิดตลาดที่ระดับ 34.77 เงินบาทไทยเปิดตลาดมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ หลังค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับอ่อนค่าลง ตามตัวเลขยอดค้าปลีกเดือน ก.ค.ของสหรัฐ
ที่ออกมาต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ โดยยอดค้าปลีกของสหรัฐไม่ขยายตัว (เทียบกับการคาดการณ์ของตลาดที่ +0.4% เดือน/เดือน)
ประกอบกับตัวเลขจีดีพี ไตรมาส 2 ของไทยที่ออกมาดีกว่าตลาดคาด ส่งผลให้เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น โดย จีดีพี ไตรมาส 2 ของไทยขยายตัวที่ 3.5% ปี/ปี เทียบกับการคาดการณ์ของตลาดที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.3% โดยแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจมาจากการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางสัปดาห์เงินบาทกลับขึ้นไปอ่อนค่า เนื่องจากตลาดปรับเพิ่มการคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเฟด ตามความเห็นของผู้กำหนดนโยบาย โดยนายวิลเลียม ดัดลีย์ (William Dudley) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก บอกว่าตลาดมีการคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยที่ต่ำจนเกินไป โดยเศรษฐกิจสหรัฐได้ปรับตัวดีขึ้นและคาดว่าจะดีต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีจากตลาดแรงงาน ทำให้น่าจะเหมาะสมในการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้
โดยนายดัดลีย์ ได้กล่าวว่าในเดือน ก.ย.ยังมีความเป็นไปได้ นอกจากนี้ประธานเฟดสาขา Atlanta Dennis Lockhart ก็ได้พูดไปในโทนเดียวกัน
อย่างไรก็ดี ในช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทได้กลับมาแข็งค่าอีกครั้ง จากรายงานนโยบายการเงินของสหรัฐเดือน ก.ค.ที่ออกมา Hawkish น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ และไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่มากนัก ทำให้นักลงทุนโดยรวมยังไม่เชื่อว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และยังเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินบาทปิดตลาดที่ 34.63
ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ 101.20 เงินเยนยังคงมีทิศทางแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐตลอดทั้งสัปดาห์ อีกทั้งช่วงกลางจนถึงปลายสัปดาห์ความไม่ชัดเจนต่อทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ยิ่งทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นมา เนื่องจากตลาดมองว่าเงินเยนเป็นสินทรัพย์ที่ค่อนข้างมีความมั่นคง โดยเงินเยนได้ลดลงไปอยู่ในระดับต่ำสุดที่ 99.53/เหรียญสหรัฐ ผู้กำกับการเงินของญี่ปุ่นได้ออกมาบอกเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วว่า ทางการกำลังติดตามการซื้อขายค่าเงินเยนที่เป็นการเก็งกำไร โดยพร้อมใช้มาตรการควบคุมหากจำเป็น ทั้งนี้ เงินเยนปิดตลาดที่ 100.18
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.1161 เงินยูโรปรับแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตามการอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับหลายสกุลหลัก สำหรับในช่วงกลางไปจนถึงปลายสัปดาห์ปัจจัยกดดันการเคลื่อนไหวของเงินยูโรมาจากการให้สัมภาษณ์ของผู้กำหนดนโยบายของเฟด หลายท่านที่ถึงแม้ว่าจะมีท่าที Hawkish มากขึ้นต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้แต่ก็ยังคงไม่มีความชัดเจนมากพอ โดยในช่วงท้ายสัปดาห์ตลาดซื้อขายตามข่าวรายงานการประชุมของเฟด เดือน ก.ค.ที่ไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนต่อโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดมองโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย.อยู่ที่ 20% และเดือน ธ.ค.อยู่ที่ 47.3% ทั้งนี้ เงินยูโรปิดตลาดที่ 1.1318







