
ASIAN รุกบริหารมาร์จิ้นเพิ่ม ลั่นยอดขายโตเข้าเป้า 10%
ห้องเย็นเอเชี่ยนฯ มองธุรกิจครึ่งปีหลังมีทิศทางดีกว่าครึ่งปีแรก ไตรมาส 2 อาหารแช่เยือกแข็งทะยาน กุ้งโดดเด่น
ห้องเย็นเอเชี่ยนฯ มองธุรกิจครึ่งปีหลังมีทิศทางดีกว่าครึ่งปีแรก ไตรมาส 2 อาหารแช่เยือกแข็งทะยาน กุ้งโดดเด่น
นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (ASIAN) เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในปีนี้กุญแจสำคัญยังคงอยู่ที่การเติบโตและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า รวมถึงการบริหารจัดการที่ดีส่งผลให้อัตรากำไร (มาร์จิ้น) ดีขึ้น โดยธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์กุ้งและอาหารกุ้งจะโดดเด่นควบคู่กับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ทำให้มั่นใจเป้าหมายยอดขายทั้งปีจะโตได้อย่างน้อย 10% ตามที่คาดหวังไว้
นอกจากนั้น ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทมีการลงทุนเพิ่มประมาณ 85 ล้านบาท ในซอฟต์แวร์ระบบ ERP และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องประมาณ 22 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มใช้ในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถควบคุมสินค้าคงเหลือ ต้นทุน และมีระบบตรวจสอบมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ภาพรวมอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยมียอดขาย 1,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้ 1,646 ล้านบาท มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่เยือกแข็งโดยเฉพาะกลุ่มกุ้ง และผลิตภัณฑ์ทูน่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นประมาณ 6.7% ส่วนกำไรสุทธิหดตัวลงจากระดับ 18 ล้านบาท เหลือ 9 ล้านบาท เพราะผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวน ภาพรวมตลาดเป็นอุปสรรค และยอดขายสินค้าบางกลุ่มลดลง
ขณะที่ผลประกอบการในงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ มีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 3,974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 3,284 ล้านบาท กำไรสุทธิ 20 ล้านบาท ลดลงจากจำนวน 47 ล้านบาท
“ผลงานไตรมาส 2 อยู่ในระดับที่น่าพอใจ จากการบริหารจัดการภายในอย่างเต็มที่ ภายใต้สถานการณ์ที่ตลาดเป็นอุปสรรค กำไรไม่เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับปริมาณขาย เพราะราคาวัตถุดิบกุ้งหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นกว่า 20% และไม่สามารถผลักภาระให้กับผู้บริโภคได้ทั้งหมด” นายสมศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ยอดขายที่เติบโต 21% มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่เยือกแข็งเพิ่มขึ้นราว 49% จากการเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวของผลผลิตกุ้งแปรรูป เนื่องจากปริมาณวัตถุดิบกุ้งฟาร์มเลี้ยงในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดส่งออกกุ้งของไทยในครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 8.2 หมื่นตัน ส่วนยอดขายกลุ่มทูน่าเพิ่มขึ้น 27% เพราะปริมาณขายที่ค่อนข้างสูง แม้ราคาวัตถุดิบทูน่ามีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ส่งผลต่อราคาขายทูน่ากระป๋อง และผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบคงคลังของบริษัท แต่มั่นใจจะสามารถบริหารจัดการเพื่อรักษาอัตรากำไรไว้ในระดับที่ดีดังเดิมได้
สำหรับยอดขายกลุ่มอาหารสัตว์น้ำเติบโตราว 4% ทั้งอาหารกุ้งและอาหารปลา โดยอัตรากำไรดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารกุ้งตอบรับกับการที่เกษตรกรเริ่มกลับมาเลี้ยงกุ้งกันมากขึ้นหลังโรคระบาดคลี่คลาย







