
นวัตกรรมการเงินฝ่าวิกฤต
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์
ศ.โรเบิร์ต ชิลเลอร์ แห่งมหาวิทยาลัยเยล นับเป็นนักทฤษฎีบริหารการเงินที่มีชื่อเสียงก้องโลก ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ เมื่อปี 2556 ได้นำเสนอทัศนะว่าต้องพัฒนานวัตกรรมทางการเงินเพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ พร้อมยกตัวอย่าง คือ มลรัฐนิวยอร์ก ได้บัญญัติกฎหมายเมื่อปี 2354 กำหนดว่า ใครๆ ก็จัดตั้งบริษัทได้ และเจ้าหนี้ไม่สามารถทวงหนี้จากผู้ถือหุ้น นับเป็นนวัตกรรมสำคัญมาก เนื่องจากเดิมการก่อตั้งบริษัทจะเข้มงวดมากและเจ้าหนี้สามารถทวงหนี้จากผู้ถือหุ้นได้ ส่งผลให้ประชาชนกล้าที่จะซื้อหุ้นในบริษัทต่างๆ ส่วนบริษัทก็สามารถระดมทุนง่ายขึ้น ทำให้นิวยอร์กพัฒนาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ต่อมามลรัฐอื่นๆ และประเทศอื่นๆ ได้ออกกฎหมายโดยลอกเลียนแบบนิวยอร์ก
ต่อมาได้มีนวัตกรรมเพิ่มเติมอีกมากมาย เช่น กองทุนรวม การแปลงหนี้เป็นหลักทรัพย์ ตลาดหุ้น ตลาดซื้อขายล่วงหน้า เครื่อง ATM ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น
ดร.ชิลเลอร์ เห็นว่า จำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมเพิ่มเติม เพื่อป้องกันมิให้วิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยจุดบกพร่องในปัจจุบัน คือ แก้ไขภายหลังปัญหาเกิดขึ้นแล้ว เปรียบเสมือนกับไฟไหม้บ้าน ถึงจะทำประกันภัย ซึ่งไม่มีใครรับประกัน จะต้องเปลี่ยนมาเป็นกลไกแก้ไขปัญหาอัตโนมัติแบบวางแผนล่วงหน้า หรือ Pre-Plan Workouts ดังนี้
ประการแรก แนวทางป้องกันวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ ควรกำหนดให้สัญญากู้เงินโดยใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันว่ามูลค่าหนี้จะลอยตัวขึ้นลงตามราคาที่อยู่อาศัย หรือผู้กู้ต้องทำสัญญาล่วงหน้าขายตราสารอนุพันธ์อ้างอิงกับดัชนีที่อยู่อาศัยในพื้นที่ของตนเอง ดังนั้นหากราคาบ้านตกลงมาก ลูกหนี้จะไม่ประสบปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว ส่วนสถาบันการเงินก็จะต้องกระจายความเสี่ยงจากราคาลอยตัวพร้อมกันไปด้วย จะช่วยหลีกเลี่ยงวิกฤตซับไพรม์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันสหรัฐมีดัชนีเช่นว่านี้แล้ว คือ Case-Shiller Housing Index ซึ่ง ดร.ชิลเลอร์มีส่วนสำคัญในการจัดทำขึ้น ต่อมาได้ถูกซื้อลิขสิทธิ์โดยบริษัทเอกชนเพื่อนำมาทำธุรกิจเชิงพาณิชย์
ประการที่สอง หลายประเทศมีปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว เนื่องจากออกตราสารเฉพาะในรูปหุ้นกู้หรือพันธบัตร ซึ่งต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยคืนไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ก็ตาม นับว่าแตกต่างจากกรณีบริษัทที่จะมีทั้งหุ้นทุนและหุ้นกู้ ที่ไม่จ่ายปันผลแก่หุ้นทุนหากสถานการณ์ทางการเงินไม่ดี ดังนั้นประเทศต่างๆ ควรออกหุ้นทุนบ้าง โดยจ่ายปันผลอ้างอิงระดับ GDP ซึ่งจะช่วยให้ประเทศเหล่านี้หลีกเลี่ยงปัญหาข้างต้น เพราะหากเศรษฐกิจไม่ดี ก็ไม่ต้องจ่ายเงินออกไป ทั้งยังกระตุ้นให้เจ้าหนี้ระดมความช่วยเหลือประเทศนั้นๆ ให้เศรษฐกิจ หรือ GDP ฟื้นขึ้น เพื่อให้ตนเองได้รับเงินปันผล







