
นายกฯสั่งหน่วยงานรัฐแจงสถานการณ์น้ำให้คนเข้าใจง่าย
นายกฯ สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องแจงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนเข้าใจง่าย ด้าน อธิบดีกรมชลฯชี้น้ำยมล้นตลิ่งท่วมตัวเมืองแพร่
นายกฯ สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องแจงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนเข้าใจง่าย ด้าน อธิบดีกรมชลฯชี้น้ำยมล้นตลิ่งท่วมตัวเมืองแพร่
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ และชี้แจงประชาชนด้วยความเข้าใจง่าย ควรเลิกพูดเรื่องปริมาณน้ำที่นำมาอ้างว่าฝนตกสูงสุดในรอบ 20 ปี 30 ปี แต่ให้ชี้แจงในเรื่องปริมาณน้ำ ระดับน้ำ และสถานการณ์ ทั่วไปที่ประชาชนควรต้องทราบ
ทั้งนี้กรมชลประทาน และกรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจะต้องชี้แจงประชาชนด้วยว่า หากมาตรการที่หน่วยราชการเตรียมช่วยเหลือ หากมาตรการที่หนึ่งใช้แล้วจะมีมาตรการที่สองและสามช่วยเหลืออย่างไรเพื่อให้ประชาชนลดความเดือดร้อน
สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำหลาก ในลุ่มน้ำยม กรมชลฯรายงานว่า ได้มีมาตรการช่วยเหลือ โดยการระบายน้ำจากลุ่มน้ำยม ผ่านประตูระบายน้ำคลองหกบาท และประตูระบายน้ำยมเก่า เพื่อลดปริมาณน้ำในแก้มลิงบางระกำ ลดปริมาณน้ำจากลำน้ำยม เนื่องจากลุ่มน้ำน่านมีเขื่อนสิริกิติ์ช่วยบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำได้
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือตอนบนว่าล่าสุดสถานการณ์ดีขึ้นกว่าที่เราคาดหมายโดยเฉพาะจ. แพร่ ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ระดับ 1.1 พันลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที น้อยกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ โดย ณ เวลานี้ระดับน้ำในลุ่มน้ำยมล้นเข้าตัวเมืองแพร่ ซึ่งสูงกว่าตลิ่งเล็กน้อยประมาณ 5 เซนติเมตร ซึ่งคาดว่าระดับน้ำสูงสุดไม่เกิน 50 เซนติเมตร และมวลน้ำไหลลงมาสู่จ.สุโขทัย คืนวันที่19-20 ส.ค.นี้
“ปัจจุบันปริมาณน้ำลุ่มน้ำยม มีอัตราการไหล 1.1 พันลบ.ม.ต่อวินาที ยังเฝ้าระวังอย่างไกล้ชิดต่อไปทุกจังหวัดติดกับลุ่มน้ำยม โดยเฉพาะบริเวณตัวเมืองสุโขทัย รับน้ำได้สูงสุด 550 ลบ.ม.ต่อวินาที ได้เตรียมป้องกันน้ำท่วมเมืองโดยต้องผันน้ำออก2 ฝั่งของน้ำยมก่อนเข้าตัวเมือง ประกอบด้วยช่วงนี้ไม่มีฝนมาเติม”นายสุเทพ กล่าว
อย่างไรก็ตามหย่อมความกดอากาศต่ำ(ดีเปรชั่น) จะเข้ามาภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกหนักช่วงวันที่18-20 ส.ค. ดังนั้นช่วงระยะนี้ยังเฝ้าระวังต่อไปทุกจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเกิดน้ำท่วมต่อเนื่องเช่นลุ่มน้ำน่าน จ.น่าน ตัวเมืองน่าน และที่ลุ่มตลอดแนวลุ่มน้ำยม พะเยา แพร่ สุโขทัย เขตตัวเมืองเป็นพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ลุ่มต่ำเคยเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ ตอนนี้เข้าสู่ฝนตกชุกมากปลายเดือน ส.ค จนถึงสิ้นเดือน ก.ย.
นายสุเทพ กล่าวว่าจากฝนตกมากในภาคเหนือทำให้ปริมาณน้ำเข้าเขื่อนใหญ่เพิ่มขึ้นเช่น เขื่อนภูมิพล มีน้ำไหลเข้า10 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวัน มีน้ำใช้การได้ 695 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 5 เปอร์เซนต์ เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำไหลเข้า 175 ล้านลบ.ม.ต่อวัน มีน้ำใช้การได้ 1,761 ล้านลบ.ม.คิดเป็น19 เปอร์เซนต์ เขื่อนแควน้อย มีน้ำไหลเข้า 3.78 ล้านลบ.ม.ต่อวัน มีน้ำใช้การได้330 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 35 เปอร์เซนต์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำไหลเข้า 5.69 ล้านลบ.ม.ต่อวัน มีน้ำใช้การได้269 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 28 เปอร์เซนต์ รวมน้ำใช้การได้ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา มีปริมาณ 3 พันกว่าล้านลบ.ม.
สำหรับเขื่อนที่มีปริมาณน้ำใช้การได้น้อยวิกฤติ เขื่อนกระเสียว ทับเสลา ลำตะคอง มูลบน ลำแชะ แก่งกระจาน ปราณบุรี บางลาง ส่วนเขื่อนอุบลรัตน์ ดีขึ้นกว่าปี58ทั้งนี้ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การได้ในเขื่อนใหญ่ทั่วประเทศ33แห่ง รวม 10,645 ล้านลบ.ม. ประมาณ 15 เปอร์เซนต์ ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์น้อย เทียบกับปี 58 น้อยกว่า ประมาณ 100 ล้านลบ.ม.คาดว่าได้น้ำเพิ่มเติมอีกเพราะยังอยู่ในช่วงฤดูฝน//







