
ซีอีโอRATCHยึดหลัก คนต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) มีกรรมการผู้จัดการใหญ่คนที่ 5 ชื่อ “รัมย์ เหราบัตย์” ปัจจุบันมีอายุ 60 ปี เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องกล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2522 และเริ่มทำงานครั้งแรกที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในตำแหน่งวิศวกรซ่อมบำรุง มีหน้าที่ซ่อมหม้อน้ำ ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์หลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า รวมถึงมีโอกาสเรียนรู้งานหน่วยซ่อมกังหันไอน้ำ กังหันแก๊ซ อยู่สังกัดฝ่ายบำรุงรักษาเครื่องกล โดยจะอาศัยช่วงวันเสาร์หรืออาทิตย์เป็นวันทำงานหลักเข้าไปซ่อมหม้อน้ำ เพราะมีการใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าวันทำงานปกติ การทำงานที่นี่สนุก เพราะทุกวันศุกร์ตอนเย็นต้องโทรศัพท์ตามเช็กว่าโรงไฟฟ้าที่ไหนบ้างจะให้เข้าไปซ่อมในวันหยุดได้
การทำงานซ่อมบำรุงของ กฟผ. แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ทีมงานซ่อมบำรุงประจำของส่วนกลางซึ่งผมอยู่ในส่วนนี้ อีกส่วน คือ ทีมงานซ่อมบำรุงที่ประจำที่โรงไฟฟ้าในแต่ละแห่ง ดูแลการเดินเครื่องผลิตของโรงไฟฟ้ารวมถึงการบำรุงรักษาประจำวัน หากเกิดความเสียหายหรือต้องซ่อมบำรุงใหญ่จะส่งทีมจากส่วนกลางเข้าไปช่วย
รัมย์ มองงานซ่อมบำรุง เป็นทั้งโอกาสและเสียโอกาส
ผมได้เข้าไปเห็นและศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีต่างๆ ของโรงไฟฟ้าของ กฟผ.ที่มีหลากหลาย ทั้งเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังมีโอกาสย้ายไปทำงานฝ่ายบำรุงรักษาโยธามีหน้าที่หลัก ดูแลเรื่องความปลอดภัยของเขื่อนที่ทำโรงไฟฟ้าพลังน้ำของ กฟผ.ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ใช้น้ำเป็นพลังงานสะอาดแตกต่างจากโรงไฟฟ้าประเภทที่ใช้พลังงานฟอสซิล จึงได้เรียนรู้สะสมประสบการณ์การทำงาน ส่วนข้อเสียเปรียบคือไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่บ้านในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ผมอยู่ในตำแหน่งนี้ประมาณ 10 ปี
นอกจากการทำงานในส่วนของการซ่อมบำรุงแล้ว ยังต้องทำงานมวลชนในการอธิบายทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ที่มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าเขื่อนพลังน้ำกรณีเกิดแผ่นดินไหว โดย กฟผ.มีการตรวจสอบเป็นประจำ อีกทั้งเปิดให้ชุมชนร่วมตรวจสอบในบางกรณี รวมถึงความสามารถในการต้านทานแรงแผ่นดินไหวในระดับต่างๆ และมีมาตรการรองรับในแต่ละกรณี
หลังจากนั้นผมมีโอกาสย้ายไปดูแลด้านโรงงานอะไหล่ที่หนองจอก
เส้นทางการทำงานใน กฟผ. มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีบทบาทในการบริหารงานมากขึ้นขยับขึ้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาเครื่องกล ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโยธา ผู้ช่วยผู้ว่าการธุรกิจบำรุงรักษา รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้าก่อนที่จะมาร่วมงานที่ RATCH
“ข้อดีของการทำงานที่ กฟผ. อยู่ที่มีวัฒนธรรมที่ดีคือการทำงานเป็นทีมแบบพี่น้องกัน”
สิ่งที่ได้เรียนรู้การทำงานจาก กฟผ.และ RATCH เหมือนกันในด้านเทคนิครวมถึงศาสตร์ที่ใช้บริหารจัดการโรงไฟฟ้า เพราะมีธุรกิจเหมือนกัน นำประสบการณ์การทำงานที่ กฟผ. มาใช้ในการทำงานที่ RATCH ได้เป็นอย่างดี เพราะกำลังผลิตไฟฟ้ามีการเติบโตโดยตลอดและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้อยู่เสมอ
แต่แตกต่างกันในเรื่องหลักการบริหาร เพราะ กฟผ.เป็นหน่วยงานภาครัฐจะมีกฎระเบียบข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติการตามจำนวนมาก รวมถึงมีขั้นตอนการทำงานที่กำหนดชัดเจน รวมถึงมีพันธกิจคือดูแลความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศ ในราคาที่เหมาะสมไม่เน้นการทำกำไร ขณะที่ RATCH การกำกับดูแลจะผ่อนคลายลงไปบางส่วน แต่ต้องตอบสนองโจทย์ความต้องการของผู้ถือหุ้นเป็นหลัก เรื่องการพิจารณาการลงทุนโครงการต่างๆ
ผมมีหลักการหรือปรัชญาการทำงานที่ยึดใช้ โดยมีความเชื่อว่าการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนของทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนขึ้นกับบุคลากร ดังนั้นอนาคตขององค์กรกับคนจะเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก จึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องคน คนเก่งสามารถปรับตัวได้เร็ว ท่ามกลางความผันผวนของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้จะนำพาองค์กรให้เติบโตยั่งยืนไปยืนแถวหน้าได้ และยังเชื่อว่าคนสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นหลักสำคัญที่นำมาใช้กับตัวเองด้วย
ทั้งนี้ สังคมไทยมีลักษณะสังคมแบบครอบครัวจึงไม่ค่อยชอบย้ายเปลี่ยนแปลงจากที่ที่เคยอยู่ แต่ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ยอมรับที่จะไปทำงานต่างประเทศมากขึ้น ดังนั้นการเตรียมคนของ RATCH เพื่อออกไปดูแลทรัพย์สินต่างประเทศ จึงเป็นเรื่องท้าทายมากในขณะนี้







