posttoday
สารฟอกขาวใน ‘น้ำตาลมะพร้าว’

สารฟอกขาวใน ‘น้ำตาลมะพร้าว’

17 สิงหาคม 2559

“น้ำตาลมะพร้าว” ถือเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่อยู่คู่ครัวคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยรสชาติความหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ มีความหวานมันมากกว่าน้ำตาลทราย บวกกับความหอมเฉพาะตัว คนไทยเราจึงนิยมนำน้ำตาลมะพร้าวมาใช้ในการทำขนมไทยหลากหลายเมนู

“น้ำตาลมะพร้าว” ถือเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่อยู่คู่ครัวคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยรสชาติความหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ มีความหวานมันมากกว่าน้ำตาลทราย บวกกับความหอมเฉพาะตัว คนไทยเราจึงนิยมนำน้ำตาลมะพร้าวมาใช้ในการทำขนมไทยหลากหลายเมนู

ในยุคปัจจุบันมีความต้องการใช้น้ำตาลมะพร้าวในภาคอุตสาหกรรมอาหารต่างๆ มากขึ้น ขั้นตอนวิธีการผลิตแบบเดิมอาจไม่คุ้มต่อต้นทุน การผลิตน้ำตาลมะพร้าวจึงได้มีการใช้น้ำตาลชนิดอื่น เช่น น้ำตาลทราย เข้ามาเป็นส่วนผสม ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อรสชาติเท่านั้น ยังอาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารตกค้าง อย่างสารฟอกขาว สารกันบูด ที่อาจเป็นปัญหาต่อผู้บริโภคได้

นิตยสารฉลาดซื้อ ฉบับเดือน ก.ค. ได้ลงผลทดสอบการสุ่มตรวจตัวอย่างน้ำตาลมะพร้าวจำนวน 21 ตัวอย่าง ทั้งแบบที่มียี่ห้อชัดเจน มีฉลากระบุข้อมูลชื่อ-ที่อยู่ผู้ผลิต ส่วนประกอบ ซึ่งส่วนใหญ่วางจำหน่ายอยู่ตามร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป กับตัวอย่างที่ไม่มีชื่อยี่ห้อ ไม่มีฉลากใดๆ ที่บรรจุภัณฑ์ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างนี้จะวางขายอยู่ตามตลาดสด ซึ่งตัวอย่างทั้งหมดถูกนำมาทดสอบหาการปนเปื้อนของสาร “ซัลเฟอร์ไดออกไซด์” หรือ “สารฟอกขาว” ซึ่งเป็นสารที่มีการควบคุมเรื่องปริมาณการใช้

ทั้งนี้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 281 พ.ศ. 2547 และประกาศ อย. เรื่อง ข้อกำหนดการใช้วัตถุเจือปนอาหาร กำหนดให้ตรวจพบการปนเปื้อนของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในน้ำตาลทรายได้ไม่เกิน40 มิลลิกรัม/1 กิโลกรัม แต่ยังไม่มีข้อกำหนดที่ระบุชัดเจนสำหรับน้ำตาลมะพร้าว การตรวจวิเคราะห์ครั้งนี้จึงจำเป็นต้องเทียบเคียงกับมาตรฐานที่กำหนดในน้ำตาลทราย

สำหรับผลที่ได้จากการวิเคราะห์พบว่า น้ำตาลมะพร้าวส่วนใหญ่ คือ 17 จาก 21 ตัวอย่าง ไม่มีการปนเปื้อนของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งถือเป็นข่าวดีของคนที่ชอบรับประทานน้ำตาลมะพร้าวและชอบรับประทานขนมไทย แต่ก็พบว่ามีน้ำตาลมะพร้าว 2 ตัวอย่าง ที่มีการปนเปื้อนของซัลเฟอร์ไดออกไซด์สูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน

อันตรายของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ปกติร่างกายสามารถขับสารตัวนี้ออกไปเองได้ ถ้าได้รับในปริมาณไม่มาก แต่ในกรณีที่ได้รับมากเกินไปจะมีผลไปลดประสิทธิภาพการใช้โปรตีนและไขมันในร่างกาย ถ้าสะสมในร่างกาย มากๆ อาจทำให้หายใจติดขัด ปวดท้อง ท้องร่วง เวียนศีรษะ อาเจียน หมดสติ และอาจตายได้ในผู้ที่แพ้มากหรือเป็นหอบหืด

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล