
อีเวนต์ติดลบ10%
อีเวนต์ 7 เดือนติดลบ 10% หลังลูกค้าหั่นงบโฆษณา 20% ลุ้นไตรมาส 4 ใช้งบเพิ่มช่วยกระตุ้น
อีเวนต์ 7 เดือนติดลบ 10% หลังลูกค้าหั่นงบโฆษณา 20% ลุ้นไตรมาส 4 ใช้งบเพิ่มช่วยกระตุ้น
นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตติดลบประมาณ 10% เนื่องจากเจ้าของสินค้ามีการปรับลดการใช้งบโฆษณา และชะลอการเปิดตัวสินค้าใหม่ออกไป ส่งผลให้ธุรกิจอีเวนต์ในรูปแบบของอีเวนต์มาร์เก็ตติ้งที่เกี่ยวกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
นอกจากนี้ ปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจอีเวนต์ เนื่องจากธุรกิจอีเวนต์ค่อนข้างมีความอ่อนไหวไปในแนวทางเดียวกับภาพรวมเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี แม้ว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์จะติดลบอยู่ที่ 10% เปรียบเทียบกับการลดใช้งบในการซื้อโฆษณาที่หายไปมากถึง 20% ถือว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าอุตสาหกรรมโฆษณา และจากการที่แนวโน้มเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากการที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ออกมาประกาศตัวเลขจีดีพีของไทยในไตรมาส 2 เติบโตที่ 3.5% ก็น่าจะส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในปลายปีนี้ปรับตัวดีขึ้น
“จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว หากไม่มีปัจจัยลบอะไรเข้ามากระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนเพิ่มเติม เชื่อว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในสิ้นปีนี้อาจจะติดลบน้อยลงเหลือ 5% จากตอนนี้ติดลบอยู่ที่ประมาณ 10%” นายเกรียงไกร กล่าว
ทั้งนี้ แม้ว่าธุรกิจอีเวนต์ในปีนี้จะติดลบ แต่เชื่อว่าปี 2560 ธุรกิจอีเวนต์น่าจะปรับตัวกลับมาเติบโตได้เป็นบวกอีกครั้ง เนื่องจากทุกอย่างเริ่มมีความชัดเจนไม่ว่าจะเป็นภาพรวมเศรษฐกิจหรือการเมือง ซึ่งในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจก็มีเพียงแต่เรื่องของการส่งออกที่ยังไม่ดีเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะในด้านของการท่องเที่ยวถือว่ายังมีแนวโน้มเติบโตที่ดีต่อเนื่อง
นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า ในส่วนของบริษัท อินเด็กซ์ฯ ปีนี้ยังคงวางเป้าหมายรายได้ไว้ตามแผนการดำเนินงานเดิม คือ 1,700 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 6-7% เนื่องจากบริษัทมีการปรับแผนการดำเนินธุรกิจ ด้วยการหันมารุกขยายธุรกิจในด้านของไลฟ์สไตล์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ขยายธุรกิจเข้าไปในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ บริษัทยังคงใช้วิธีการลดความเสี่ยงจากธุรกิจอีเวนต์ ด้วยการหันไปขยายธุรกิจในส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งธุรกิจที่จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
คือ ธุรกิจไลฟ์สไตล์ และธุรกิจในอาเซียน ซึ่งในส่วนของธุรกิจอาเซียน หลังจากบริษัทได้มีการเปิดตัวธุรกิจ ATME ขึ้นมาเพื่อจัดงานมิวสิก เฟสติวัล ไปทั่วภูมิภาคอาเซียน บริษัทมั่นใจว่าสิ้นปี 2560 น่าจะมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจอาเซียนไม่ต่ำกว่า 10% จากสิ้นปี 2559 นี้ คาดว่าจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 7% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีสัดส่วนประมาณ 5%







