posttoday
ทีดับบลิวแซดโดดลุยมือถือ3จี

ทีดับบลิวแซดโดดลุยมือถือ3จี

18 สิงหาคม 2553

ดึงจีนผุดเครื่องเฮาส์แบรนด์ ดัมพ์ราคาต่ำกว่าตลาด30%

โพสต์ทูเดย์ — ทีดับบลิวแซด ผนึกมือถือจีนลุยมือถือ 3จี ส่งมือถือเฮาส์แบรนด์ราคาถูก รับมือสงคราม 3จี พร้อมลุยแอพฯ 3จี เต็มตัว

นายพุทธชาติ รังคสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์จากประเทศจีน 4 ราย พัฒนาโทรศัพท์มือถือระบบ 3จี เพื่อรองรับการเปิดให้บริการระบบเทคโนโลยี 3จี ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเมืองไทย ซึ่งหนึ่งในพันธมิตรผู้ผลิตอย่างกลุ่มคิงส์เท็กซ์ (Kingstex) เพื่อผลิตเครื่องโทรศัพท์มือถือ3จี ออกสู่ตลาดเมืองไทย เนื่องจากเชื่อว่าเมื่อประเทศไทยเริ่มให้บริการโทรศัพท์ระบบ 3จี อย่างเป็นทางการ จะทำให้ตลาดโทรศัพท์มือถือเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะผู้บริโภคที่ใช้มือถือรุ่นเก่าจะเปลี่ยนมาให้โทรศัพท์มือถือ3จี

สำหรับการพัฒนามือถือเฮาส์แบรนด์ 3จี จะส่งผลให้ระดับราคามือถือ 3จี ถูกลง และมีแนวโน้มราคาถูกลงต่อเนื่องจนเท่ากับราคามือถือรุ่นทั่วไป จากปัจจุบันมือถือ3จี มีราคาสูงกว่ามือถือทั่วไปประมาณ 1020% ส่วนมือถือเฮาส์แบรนด์ถูกกว่ามือถือแบรนด์ต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 30% ขณะที่ภาพรวมราคามือถือเฉลี่ยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง จากอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 2,5002,700 บาทต่อเครื่อง เหลือ 2,000 บาทต่อเครื่อง

ปัจจุบันบริษัทมีมือถือเฮาส์แบรนด์ทั้งหมด 3 แบรนด์ ประกอบด้วย TWZ นกเทล และจีไฟว์ (G’Five) โดยในส่วนของจีไฟว์ เป็นแบรนด์ที่บริษัทได้รับการแต่งตั้งจากกลุ่มคิงส์เท็กซ์ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งเป้าในปีหน้าจะต้องมีส่วนแบ่งในตลาดรวมมือถือเฮาส์แบรนด์เพิ่มเป็น 25% จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งอยู่ 16%

นอกจากนี้ บริษัทมีความสนใจในธุรกิจขายแอพพลิเคชันและคอนเทนต์โทรศัพท์เคลื่อนที่อีกด้วย เพราะตลาดดังกล่าวมีโอกาสเติบโตตามโทรศัพท์ระบบ 3จี ซึ่งเบื้องต้นหากนโยบายการเปิดให้บริการมือถือ 3จี มีความชัดเจน บริษัทจะนำเข้าแอพพลิเคชันและคอนเทนต์จากต่างประเทศเข้ามาทำตลาด หลังจากนั้นจะพัฒนาแอพพลิเคชันและคอนเทนต์ของตัวเองเพื่อจำหน่ายต่อไป

ขณะที่การทำตลาดในครึ่งปีหลัง เตรียมงบการตลาดกว่า 30 ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์ TWZ ให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น รวมถึงการเปิดศูนย์บริการเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลัง นอกจากการจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่คาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในส่วนของโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้ ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตดีขึ้นด้วย ส่วนแผนการออกวอแรนท์ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งหากมีการใช้สิทธิจากผู้ถือหุ้น บริษัทฯ คาดว่าจะนำเงินทุนที่ได้รับมาใช้ในการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นในปี 2554 และ 2555 ต่อไป

ผลประกอบการไตรมาส 2 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 34.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.97 ล้านบาท คิดเป็น 25.37% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิงวด 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 56.45 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมครึ่งปีแรกสามารถทำได้ 1,931.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.66% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จึงทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 4 พันล้านบาท โดยผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี