
แฟมิลี่ ทริป
โดย...DJ [email protected]
โดย...DJ [email protected]
หลังเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในหลายพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวหลายแห่งในภาคใต้ของไทยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ขณะนี้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่างเร่งฟื้นความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวให้คืนกลับมาโดยเร็วที่สุดก่อนที่จะถึงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่กำลัง
จะมาถึง
รวมถึงตลาดท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต ที่ปัจจุบันมีกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักมาจากกลุ่มตะวันออกกลาง จีน สิงคโปร์ ซึ่งในภาพรวมแล้วผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวกลุ่มโรงแรมที่พักระบุว่ายังไม่มีความวิตกมากนัก
ขณะเดียวกัน ที่พักโรงแรมหลายแห่งต่างก็เร่งปรับโฉม (รีโนเวต) เพื่อรองรับพฤติกรรมการท่องเที่ยวมายังเมืองไทยที่เข้ามาในรูปแบบครอบครัว หรือ แฟมิลี่ ทริป มากขึ้น
แนวโน้มดังกล่าว พบไชยส์ จิวะวิศิษฎ์นนท์ กรรมการผู้จัดการโรงแรมโนโวเทล ภูเก็ต รีสอร์ท และโนโวเทล ภูเก็ต วินเทจ พาร์ค กล่าวถึงเทรนด์การตกแต่งเพื่อปรับโฉมโรงแรมที่พักในขณะนี้ ที่จะหันมารีโนเวตห้องพักให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีนที่นิยมเดินทางมาพักผ่อนใน จ.ภูเก็ต ที่นิยมมาครบ 3 เจเนอเรชชัน ตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ และลูก หลาน ซึ่งจะมีความคล้ายคลึงกับกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่คนไทยในปัจจุบันที่หันมาท่องเที่ยวในประเทศแบบครอบครัวมากขึ้นเช่นกัน
จากเดิมเมื่อราว 10 ปีก่อน กระแสการเดินทางมาพักผ่อนในเมืองไทย โดยเฉพาะใน จ.ภูเก็ต ส่วนใหญ่จะนิยมบริการสปา ทำให้ที่โรงแรมที่พักแต่ละแห่งต่างหันมามุ่งให้บริการตกแต่งในส่วนของพื้นที่บริการด้านสปา หรือรูปแบบห้องพักที่ติดกระจกโดยรอบ เป็นต้น แต่ในปัจจุบันกระแสดังกล่าวเริ่มลดลงจากพฤติกรรมการท่องเที่ยวของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปเมื่อไม่นานมานี้
ขณะเดียวกัน หากอิงตามทฤษฎีการรีโนเวตโรงแรมที่พักส่วนใหญ่จะดำเนินการปรับโฉมทุกๆ 7-8 ปี ซึ่งก็จะทำให้เห็นว่าผู้ให้บริการธุรกิจโรงแรม รีสอร์ทต่างๆ ก็จะเริ่มหันมาปรับโฉมการตกแต่งภายในและภายนอกในขณะนี้ ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจในกลุ่มดังกล่าวจะต้องติดตามพร้อมศึกษาเทรนด์พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอด้วย
ด้วยในส่วนของโรงแรมโนโวเทล ภูเก็ต รีสอร์ท เอง ก็มองเห็นแนวโน้มการท่องเที่ยวลักษณะนี้เช่นกัน โดยเริ่มปรับโฉมโรงแรมพร้อมเพิ่มในส่วนของแฟมิลี่ รูม ขึ้นมารองรับอีกไม่ต่ำกว่า 20 ห้อง จากปัจจุบันมีจำนวนทั้งหมด 215 ห้องพัก นอกจากนี้ ยังเพิ่มในส่วนของ พูล แอคเซส (Pool Access) จำนวน 14 ห้อง ห้องพักที่เปิดเข้าถึงสระว่ายน้ำส่วนตัวในห้องพักที่ยังเป็นเทรนด์การใช้บริการห้องพักที่ได้รับความนิยมเช่นกันในเวลานี้ โดยคาดว่าจะดำเนินการปรับโฉมได้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี เพื่อให้ทันในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
จากปัจจุบันกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางมาพักผ่อนใน จ.ภูเก็ต ยังได้รับความนิยมสูงจากกลุ่มสแกนดิเนเวียน ยุโรป จีน โดยในส่วนของโรงแรมทั้งสองแห่งยังมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 85% ต่อปี ซึ่งถือว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยยังเติบโตดีอยู่ โดยเฉพาะใน จ.ภูเก็ต
นอกจากนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ต่างก็หันมาเดินทางพักผ่อนในประเทศมากขึ้นในรูปแบบการเที่ยวพร้อมครอบครัว โดยเฉพาะใน จ.ภูเก็ต และเขาหลัก ใน จ.พังงา
ด้วยการท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม







