
เขตเศรษฐกิจพิเศษ ดึงดูดนักลงทุนยาก
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
การประกาศยุทธศาสตร์ประเทศไทยปี 2016 ของรัฐบาล หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือการทำให้ประเทศไทยเป็นเกตเวย์ หรือประตูที่จะส่งสินค้าไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน ด้วยการผลักดันการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนขึ้น 10 แห่ง คือ จ.ตาก สระแก้ว ตราด มุกดาหาร สงขลา เชียงราย หนองคาย นครพนม กาญจนบุรี นราธิวาส เพื่อสร้างพื้นที่ในการรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูงจากประเทศเพื่อนบ้าน และรองรับธุรกิจที่ยังไม่พร้อมในการออกไปลงทุนในอาเซียน โดยแต่ละพื้นที่จะผลิตสินค้าตามความถนัดและศักยภาพของพื้นที่ ป้อนให้กับประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับแต่ละเขตเศรษฐกิจ
ที่ผ่านมา กรมธนารักษ์เปิดให้เอกชนผู้สนใจพัฒนาที่ราชพัสดุเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 3 จังหวัดแรก คือ จ.มุกดาหาร หนองคาย และตราด ในเดือน พ.ค. 2559 ที่ผ่านมา ขณะนั้นมีเอกชนสนใจถึง 19 ราย ที่เข้ามาซื้อซองประมูลรวม 31 ซอง แบ่งเป็น เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย มีผู้ซื้อ 10 ซอง, เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร มีผู้ซื้อ 10 ซอง และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด มีผู้ซื้อ 11 ซอง เอกชนที่ว่ามีทั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และอยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนระหว่างไทย ลาว กัมพูชา และผู้ประกอบการระดับท้องถิ่น
สุดท้าย ปรากฏว่ามีเอกชนเพียง 1 ราย ที่ยื่นซองประมูลพัฒนาพื้นที่ใน จ.ตราด ส่วนอีก 2 พื้นที่ ไม่มีเอกชนรายใดเข้ายื่นซองประมูล
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เกินกว่ากระทรวงการคลังคาดไว้ว่า นักลงทุนยังไม่สนใจเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว การบริโภคภาคเอกชนยังอ่อนแอ ทำให้ไม่มีนักลงทุนรายใดกล้าเข้าไปลงทุนในพื้นที่ชายขอบที่ยังไม่รู้ความต้องการซื้อ และยังไม่มีสาธารณูปโภคหรือความชัดเจนจากรัฐว่าจะเริ่มสร้างได้เมื่อใด รวมทั้งการเผชิญปัญหาแรงงานต่างด้าวอีกต่างหาก
ด้าน จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวถึงสาเหตุที่นักลงทุนยังไม่สนใจเข้ามาประมูล เพราะปัญหาเรื่องข้อกฎหมายที่ยังไม่มีความชัดเจน เช่น เมื่อประมูลได้จะสามารถให้เอกชนรายอื่นเช่าพื้นที่ทำต่อได้หรือไม่ ขณะที่มีระยะเวลาในการเสนอโครงการเพียง 60 วัน น้อยไปในการศึกษาโครงการเพื่อหาความคุ้มทุน
นอกจากนี้ เอกชนต่างเห็นว่า ราคาค่าเช่าในการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษยังสูงเกินไป รัฐบาลควรปรับลดลง โดยข้อเสนอต่างๆ กรมธนารักษ์จะรวบรวมและเสนอให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป
ขณะที่เงื่อนไขอื่นๆ เช่น ต้องเคยมีประสบการณ์ด้านพัฒนาที่นิคมอุตสาหกรรมอย่างน้อย 1 แห่ง และประสบความสำเร็จย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี มีทุนจดทะเบียนหรือร่วมทุนไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท มีแผนบริหารจัดการโครงการ และการลงทุนที่ชัดเจน โดยเอกชนต้องประมูลแบบยกแปลง ได้ทำให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นตกเกณฑ์ไปโดยปริยาย ทั้งที่อยากเข้ามาบริหารที่ดิน
ล่าสุด กระทรวงการคลังสั่งปรับเงื่อนไขใหม่ให้เอื้อต่อการผู้ประกอบการทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีศักยภาพพอ และยังสั่งให้เร่งหาผู้ประมูล 2 พื้นที่ที่ยังไม่มีภาคเอกชนสนใจเสนอซอง คือ จ.มุกดาหาร และหนองคาย รวมทั้งให้เปิดพื้นที่ให้เอกชนเข้าประมูลในเขตเศรษฐกิจเฟสที่ 2 ที่ จ.กาญจนบุรี นราธิวาส นครพนม และเชียงราย ในลักษณะเดียวกันต่อไป
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังเตรียมผลักดันมาตรการไม้สองมาช่วยเสริมความคึกคักของการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ คือ การจัดตั้งเมืองการค้าปลอดภาษี (Border Town) ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดน โดยเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการตั้งเมืองการค้าปลอดภาษีในพื้นที่เขตเศรษฐกิจนำร่อง 4 แห่งก่อน คือ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สงขลา จ.หนองคาย จ.สระแก้ว และ จ.ตาก ซึ่งจะเปิดกว้างให้เอกชนทั้งรายเล็กและรายใหญ่เข้ามาค้าขายในเขตปลอดภาษีดังกล่าวได้อย่างเสรี
กลุ่มเป้าหมาย คือผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องการซื้อสินค้าสามารถมาสั่งซื้อสินค้าในเขตปลอดภาษีได้ โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ และเปิดให้คนไทยเข้ามาช็อปสินค้าในเขตปลอดภาษีดังกล่าวได้ แต่จะให้ซื้อได้รายละไม่เกิน 2 หมื่นบาท/เดือน
การจัดตั้งเมืองการค้าปลอดภาษีครั้งนี้ เหมือนเป็นการเอาเรื่องของการขายสินค้าปลอดภาษี มาเรียกกำลังซื้อของคนไทยและต่างชาติให้เข้ามาปลุกกิจกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจก่อน โดยรัฐหวังว่าเมื่อเกิดกิจกรรมการค้าขายคึกคักแล้ว ความต้องการลงทุนของนักลงทุนจะตามมา
อย่างไรก็ดี การปลุกกระแสการค้าชายแดนจะไปถึงขั้นช่วยให้เขตเศรษฐกิจพิเศษเกิดขึ้นได้ คงต้องฝ่าฟันอุปสรรคอีกหลายเรื่อง แม้ที่ผ่านมาจะมีมาตรการภาษีส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เช่น ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 20% เหลือ 10% ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร ภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้เพื่อการส่งออก หักค่าขนส่ง ไฟฟ้า ประปา 2 เท่า เป็นเวลานานถึง 10 ปี การหักค่าเสื่อม การอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวมาทำงานแบบไป–กลับ หรือไม่เกิน 7 วัน แต่ยังไม่สามารถสร้างแรงจูใจให้เอกนเข้ามาลงทุนได้
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องสร้างความชัดเจนในทุกด้านก่อน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน โดยเฉพาะการเร่งการลงทุนภาครัฐที่ยังลดลงมากในช่วง 6 เดือนแรก คือขยายตัวเพียง 10.5% ลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัวถึง 29.8% โดยเฉพาะการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา อินเทอร์เน็ต เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนว่ารัฐบาลเข้ามาลงทุนก่อน
ด้วยเหตุนี้แทนที่จะวาดความหวังว่าจะให้โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษกระตุ้นภาคเอกชนให้เข้ามาลงทุนก่อน รัฐบาลกลับต้องเป็นผู้เข้าไปลงทุนและสร้างความชัดเจนก่อนที่จะเปิดตัวเขตเศรษฐกิจสู่สายตานักลงทุนมากกว่า







