
เงินทุนต่างชาติไหลเข้าดันบาทให้แข็งค่าต่อเนื่อง
โดย...วรดา ตันติสุนทร
โดย...วรดา ตันติสุนทร
ในสัปดาห์นี้ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.70-35.00 โดยเงินบาทยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น เนื่องจากมีแนวโน้มที่เงินลงทุนจากต่างชาติจะยังคงไหลเข้ามาในไทยและในตลาดกลุ่มประเทศเกิดใหม่ค่อนข้างมาก
แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและยอดค้าปลีกของสหรัฐจะขยายตัวได้ดีก็ตาม โดยนักลงทุนต่างชาติยังเคลื่อนย้ายทุนไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงตาม risk-on sentiment ของตลาด
นอกจากนี้ สัปดาห์นี้ตลาดจะให้ความสำคัญกับตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ของไทยที่จะประกาศในวันจันทร์ โดยตลาดคาดว่าจะขยายตัว 3.2% เทียบปีต่อปี ดีขึ้นจากในไตรมาสก่อนหน้า โดยหากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเป็นไปตามคาดก็จะเพิ่มความมั่นใจให้กับตลาดมากขึ้น หลังจากมีความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม นอกจากตัวเลขจีดีพีของไทยแล้ว ในสัปดาห์หน้าจะมีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของญี่ปุ่น ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อและดัชนีความเชื่อมั่นในสหภาพยุโรป สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐนั้น จะมีการรายงานตัวเลขการสร้างบ้านใหม่และอัตราเงินเฟ้อสำหรับเดือน ก.ค.
เงินบาท เปิดตลาดที่ระดับ 35.06 เงินบาทไทยเปิดตลาดมาอ่อนค่าลง หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค.ของสหรัฐออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยมีการจ้างงานมากขึ้นถึง 2.55 แสนตำแหน่ง จากที่ตลาดมองแค่เพียง 1.8 แสนตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์จากผลประชามติที่ออกมายอมรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งทำให้ขั้นตอนของการเลือกตั้งมีความชัดเจนมากขึ้น โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้ามาในไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ โดยในอาทิตย์ที่ผ่านมานักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในตลาดหุ้นสุทธิกว่า 20,229.9 ล้านบาท และในตลาดพันธบัตรไทยราว 740 ล้านบาท ส่งผลให้เงินบาทปิดตลาดที่ 34.75
ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ 101.71 อ่อนค่าลงตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้นซึ่งทำให้เงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้นมา โดยในช่วงกลางสัปดาห์เงินเยนอ่อนค่าลงอีกเล็กน้อยไปอยู่ที่ระดับ 102.44 ในวันที่ 2 ของสัปดาห์ หลังจากเงินทุนไหลออกไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างในกลุ่มประเทศเกิดใหม่
อย่างไรก็ดี เงินเยนปรับแข็งค่าขึ้นมาในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากตัวเลขยอดคำสั่งซื้อเครื่องจักรออกมาดีกว่าคาดการณ์ โดยคำสั่งซื้อเครื่องจักรของญี่ปุ่นเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น 8.3% เทียบเดือนต่อเดือน มากกว่าที่ตลาดมองว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3.1% เทียบเดือนต่อเดือน ทำให้นักลงทุนคาดว่าการลงทุนในประเทศญี่ปุ่นอาจปรับดีขึ้นในเดือนต่อๆ ไป ทั้งนี้ เงินเยนปิดตลาดที่ 101.36
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.1085 และปรับอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐ ปรับแข็งค่าตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐในเดือน ก.ค.ที่ออกมาดีกว่าตลาดคาด ทำให้นักลงทุนในตลาดเพิ่มการคาดการณ์ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม เงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากตัวเลขผลิตภาพของสหรัฐ ปรับลดลง 3 ไตรมาสติดต่อกัน กดดันเงินเหรียญสหรัฐให้อ่อนค่าลง และทำให้นักลงทุนในตลาดปรับลดการคาดการณ์ของการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ ปีนี้อีกครั้ง ทั้งนี้ เงินยูโรปิดตลาดที่ 1.1145
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พันธบัตรของไทยมีผลตอบแทนปรับตัวขึ้นจากเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยหลังจากที่มีการประกาศตัวเลขการจ้างงานสหรัฐออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นทันที ประกอบกับผลการลงประชามติของไทยผ่านไปได้ ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกซื้อตั้งแต่ต้นสัปดาห์
โดยเป็นนักลงทุนต่างชาติที่ทำการขายพันธบัตรและเข้าซื้อหุ้นไทย ทำให้ผลตอบแทนของพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ระหว่างสัปดาห์ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญออกมาอีก ทำให้อัตราผลตอบแทนของทั้งพันธบัตรสหรัฐ และพันธบัตรไทยไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก







