
เพิ่มพื้นที่ชลประทาน30ล้านไร่
กรมชลประทานตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ชลประทานอีก 30 ล้านไร่ พร้อมอนุมัติรื้อเงื่อนไขการให้เช่าที่ดิน
กรมชลประทานตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ชลประทานอีก 30 ล้านไร่ พร้อมอนุมัติรื้อเงื่อนไขการให้เช่าที่ดิน
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน รายงาน ครม.ว่า ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ทั่วประเทศ 320.70 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ทางการเกษตร 149.24 ล้านไร่ ซึ่งในจำนวนนี้มีพื้นที่ที่ถูกจัดเป็นพื้นที่ของกรมชลประทานแล้ว 30.25 ล้านไร่ และมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ต่อเนื่อง 12.61 ล้านไร่ รวมเป็นพื้นที่ 42.86 ล้านไร่ รวมทั้งมีพื้นที่อีก 12.85 ล้านไร่ ที่ได้พัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทานในไร่นา 12.85 ล้านไร่ แยกเป็นการจัดรูปที่ดิน 1.99 ล้านไร่ และการพัฒนาเป็นงานจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกร 10.86 ล้านไร่
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานมีเป้าหมายพัฒนาพื้นที่ชลประทานอีก 30.01 ล้านไร่ และพัฒนาพื้นที่ความเหมาะสมพัฒนาชลประทานไร่นาอีก 5.76 ล้านไร่
แหล่งข่าวระบุว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้เช่า ให้เช่าซื้อที่ดินและทรัพย์สินของกรมชลประทานเพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรม ซึ่งกฎกระทรวงฉบับนี้จะทำให้กรมชลประทานมีอำนาจนำที่ดินและทรัพย์สินที่ได้มาโดยประการใดๆ ตาม พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อการเกษตร พ.ศ. 2558 หรือได้มาโดยการเวนคืน มาดำเนินการให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือโอนไปยังเกษตรกรเพื่อให้ใช้ในการทำเกษตรกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการให้เช่า ให้เช่าซื้อที่ดินและทรัพย์สินของกรมชลประทานนั้น ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาว่าที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดินที่มีที่ดินหรือทรัพย์สินที่ได้มาแปลงใดสมควรจัดให้เช่าหรือให้เช่าซื้อเพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรม จากนั้นให้มีการออกประกาศเพื่อประชาชนคัดค้านใน 30 วัน”แหล่งข่าวระบุ
สำหรับอัตราค่าเช่า หรือเช่าซื้อที่ดินนั้น ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาในอัตราที่เห็นตามสมควร ขณะที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอต้องมีสัญชาติไทยและเป็นเกษตรกรที่มีรายได้น้อยไม่สูงกว่าอัตรารายได้และสิทธิประโยชน์อื่นที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ตามที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดกำหนด
นอกจากนี้ ครม.มีมติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ยุบคณะกรรมการที่มีภารกิจด้านเกษตรรวม 3 คณะ เนื่องจากปัจจุบันคณะกรรมการหลายชุดทำหน้าที่ซ้ำซ้อน ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งที่ประชุม ครม.มีมติให้กระทรวงเกษตรฯ ยกเลิกคณะกรรมการกำกับและขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านสหกรณ์ เนื่องจากภารกิจซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.)







