
ทำกำไรและปกป้องเงินต้น ไปพร้อมๆ กันด้วย Options
คงจะดีไม่ใช่น้อยถ้าจะมีกลยุทธ์ในการลงทุนที่สามารถทำกำไรและปกป้องเงินต้นไปพร้อมๆ กัน เชื่อหรือไม่ว่ากลยุทธ์ที่ว่านั้นมีอยู่จริง เนื่องจากลักษณะพิเศษของ Options ที่ให้สิทธิผู้ซื้อในการใช้สิทธิกรณีที่ใช้สิทธิแล้วคุ้มค่า และเลือกไม่ใช้สิทธิก็ได้ในกรณีที่ใช้สิทธิแล้วไม่คุ้มค่า โดยผู้ซื้อ Options จะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อสิทธิให้แก่ผู้ขาย Options หรือที่เรียกว่า พรีเมียม (Premium) จึงเป็นผลให้ผู้ที่ซื้อ Options สามารถจำกัดผลของขาดทุนเท่ากับค่า Premium ที่จ่ายให้กับผู้ซื้อหากเกิดกรณีที่ในอนาคตใช้สิทธิ Options แล้วไม่คุ้มค่า แต่ได้โอกาสในการทำกำไรไม่จำกัด ทำให้เกิดกลยุทธ์ในการลงทุนในตราสารประเภทที่มีความซับซ้อน (Structured Products) ประเภทหนึ่งที่การลงทุนตราสารหนี้ร่วมกับการซื้อ Options ซึ่งมีลักษณะของตราสารที่จะให้ผลตอบแทนตามผลตอบแทนของราคาสินทรัพย์อ้างอิงและสามารถปกป้องเงินต้นได้ (Capital Protection)
คงจะดีไม่ใช่น้อยถ้าจะมีกลยุทธ์ในการลงทุนที่สามารถทำกำไรและปกป้องเงินต้นไปพร้อมๆ กัน เชื่อหรือไม่ว่ากลยุทธ์ที่ว่านั้นมีอยู่จริง เนื่องจากลักษณะพิเศษของ Options ที่ให้สิทธิผู้ซื้อในการใช้สิทธิกรณีที่ใช้สิทธิแล้วคุ้มค่า และเลือกไม่ใช้สิทธิก็ได้ในกรณีที่ใช้สิทธิแล้วไม่คุ้มค่า โดยผู้ซื้อ Options จะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อสิทธิให้แก่ผู้ขาย Options หรือที่เรียกว่า พรีเมียม (Premium) จึงเป็นผลให้ผู้ที่ซื้อ Options สามารถจำกัดผลของขาดทุนเท่ากับค่า Premium ที่จ่ายให้กับผู้ซื้อหากเกิดกรณีที่ในอนาคตใช้สิทธิ Options แล้วไม่คุ้มค่า แต่ได้โอกาสในการทำกำไรไม่จำกัด ทำให้เกิดกลยุทธ์ในการลงทุนในตราสารประเภทที่มีความซับซ้อน (Structured Products) ประเภทหนึ่งที่การลงทุนตราสารหนี้ร่วมกับการซื้อ Options ซึ่งมีลักษณะของตราสารที่จะให้ผลตอบแทนตามผลตอบแทนของราคาสินทรัพย์อ้างอิงและสามารถปกป้องเงินต้นได้ (Capital Protection)
การลงทุนในตราสารหนี้มีลักษณะของการปกป้องเงินต้นและได้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปเงินลงทุนจะเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ดอกเบี้ย 5% ต่อปี โดยใช้เงินลงทุน 100 บาท เมื่อครบระยะเวลา 1 ปี เมื่อได้รับผลตอบแทนแล้วเงินลงทุนก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 105 บาท
กลยุทธ์ในการลงทุนที่จะทำกำไรโดยปกป้องเงินต้นจึงเริ่มต้นจาก ถ้าเรามีเงินต้น 100 บาท ให้แยกเงินต้นออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจำนวน 95.24 บาท และส่วนที่สองจำนวน 4.76 แล้วนำเงินส่วนแรกจำนวน 95.24 บาท ไปลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ดอกเบี้ย 5% ต่อปี เมื่อถึงสิ้นปีเมื่อได้รับผลตอบแทนแล้วจะทำให้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 100 บาทเท่ากับเงินต้น และนำเงินส่วนที่สองไปซื้อ Options ที่จะให้ผลตอบแทนอ้างอิงสินทรัพย์ที่เราสนใจ
ผลการลงทุนสามารถแยกออกได้ 2 กรณี คือ กรณีแรกราคาของสินทรัพย์อ้างอิงไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ทำให้ Options ที่ซื้อไว้ใช้สิทธิแล้วไม่คุ้มค่าผู้ลงทุนจะเสีย Premium ไปทั้งจำนวน และได้รับเงินจากการลงทุนในตราสารหนี้กลับมา 100 บาท กรณีที่สองราคาสินทรัพย์อ้างอิงเป็นไปตามที่คาดไว้ ทำให้ Options ซื้อไว้ใช้สิทธิแล้วคุ่มค่า ผู้ลงทุนจะได้รับเงินจากการลงทุนทั้งหมด 100+ ผลตอบแทนจาก Options ซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้งสองกรณีเงินที่จะได้รับจากการลงทุน คือ อย่างน้อย 100 บาท เท่ากับเงินต้น (Capital Protection)
ในส่วนของการลงทุนใน Options ผู้ลงทุนมีทางเลือกหลายทางขึ้นกับว่าต้องการผลตอบแทนอ้างอิงกับสินทรัพย์อะไร และมีมุมมองเกี่ยวกับทิศทางของราคาสินทรัพย์อ้างอิงนั้นอย่างไร ยกตัวอย่างกลยุทธ์พื้นฐานในการลงทุน Options เช่น ถ้าเราต้องการได้ผลตอบแทนอ้างอิงกับ SET50 Index โดยมีมุมมองว่าทิศทางของราคา SET50 Index น่าจะมีทิศทางเป็นขาขึ้น ก็สามารถลงทุนใน SET50 Index Call Options หรือสิทธิในการซื้อ แต่ถ้าต้องการผลตอบแทนอ้าอิงกับ SET50 Index โดยมีมุมมองว่าทิศทางของราคา SET50 Index น่าจะมีทิศทางเป็นขาลง ก็ให้ลงทุนใน SET50 Index Put Options เป็นต้น ซึ่งผู้ลงทุนที่สนใจสามารถซื้อขาย Options ทั้งสองประเภทได้ใน TFEX
ถึงแม้ว่ากลยุทธ์ในการลงทุนแบบ Capital Protection จะมีข้อดี คือ ผู้ลงทุนจะไม่มีทางขาดทุนอย่างแน่นอน เนื่องจากจะได้รับเงินลงทุนคืนอย่างน้อยเท่ากับเงินต้น แต่ก็มีข้อสังเกตที่ผู้ลงทุนควรรู้ด้วย ได้แก่ กรณีที่อยู่ในช่วงอัตราดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ต่ำๆ การใช้กลยุทธ์นี้อาจทำให้มีเงินเหลือส่วนที่สองสำหรับไปซื้อ Options ได้น้อย ส่งผลให้ได้รับผลตอบแทนโดยรวมน้อยตามไปด้วย และในกรณีที่ Options ที่ซื้อมาใช้สิทธิแล้วไม่คุ้มค่า ถึงแม้ผู้ลงทุนจะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนก็ตาม แต่ในมุมมองทางการจะมองได้ว่ามีค่าเสียโอกาสจากการที่ไม่ได้ผลตอบแทนเกิดขึ้นด้วย
สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถหาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขายอนุพันธ์ได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการ หรือเว็บไซต์ www.tfex.co.th







