posttoday
โกศล โควิสุทธิ์ ปั้นระบบช่วยโต

โกศล โควิสุทธิ์ ปั้นระบบช่วยโต

12 สิงหาคม 2559

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

การที่ใครสักคนจะเป็นผู้บริหารที่ดี บางครั้งต้องเริ่มมาจากการเป็นลูกน้องเรียนรู้หัวอกคนทำงานก่อน ซึ่งทายาทธุรกิจหลายคนเลือกเดินในวิธีนี้แทนที่จะลัดขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารเลยโดยไม่ผ่านการเป็นผู้ทำงานมาก่อน เหมือนกับเส้นทางที่ “โกศล โควิสุทธิ์” ทายาทบริษัท รอแยลเฮ้าส์ เลือก

โกศล โควิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ บริษัทรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า หลังเรียนจบวิศวกรรมโยธามา ก็ไปฝึกงานที่แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 3 เดือน ดูโปรเจกต์ เดอะ รูม สุขุมวิท 79 จากนั้นไปเรียนปริญญาตรีต่อที่อังกฤษ และปริญญาโทด้านอสังหาริมทรัพย์ แล้วกลับมาเริ่มทำงานจริง งานแรกคืองานวิจัยและให้คำปรึกษา บริษัทจากอังกฤษที่มาเปิดสาขาในไทย คอยศึกษาความเป็นไปได้โครงการ ทำได้ 1 ปี ก็ย้ายไปดูโครงการของชีวาทัย ที่ย่านราชปรารภ และรามคำแหง จากนั้น 1 ปีจึงกลับมาช่วยงานธุรกิจครอบครัวที่รอแยลเฮ้าส์

สาเหตุที่เลือกทำงานที่อื่นก่อนกลับมาทำงานกับครอบครัว เพราะอยากลองไปทำงานข้างนอกก่อนว่าจะได้อะไรบ้างจากการทำงาน เมื่อไปยืนข้างนอกสามารถยืนเองได้หรือไม่ เมื่อรู้สึกพอใจกับการเรียนรู้หลายสิ่งแล้วพอกลับมาทำเองที่รอแยลเฮ้าส์ ก็รู้สึกว่าทำได้ง่ายแม้บทบาทการทำงานเปลี่ยน จากที่อยู่ข้างนอกเป็นลูกน้องรับคำสั่งจากหัวหน้า มาที่นี่เป็นผู้บริหารก็จะเรียนรู้ข้อผิดพลาดในอดีตที่ไปทำงานข้างนอกว่าการเป็นหัวหน้าแบบไหนที่ดีหรือไม่ดี แบบไหนลูกน้องชอบหรือไม่ชอบมาปรับใช้กับองค์กร ทำให้องค์กรทันสมัยขึ้น

รวมเวลาที่ทำงานในรอแยลเฮ้าส์จากจุดเริ่มต้นถึงปัจจุบันก็ 6 ปีแล้ว โดย 5 ปีแรกจะทำหน้าที่ด้านวิศวกรโยธา คอยดูงานก่อสร้างที่บริษัททำหลายงานว่าเกิดปัญหาตรงไหนบ้าง แม้ไม่ได้ดูรายละเอียดบ้านทุกหลัง แต่พยายามดูในภาพรวมว่าหลังไหนมีปัญหา หลังไหนเริ่มรู้สึกว่าดำเนินการไม่ใช่ตามแนวทางก็จะติดตามงานผ่านกลุ่มไลน์ที่ตั้งขึ้นมาให้คนทำงานและลูกค้าอยู่ในกลุ่มเดียวกันเพื่อพูดคุยกัน จากนั้นจะไปดูเองว่าเกิดอะไรขึ้น

โกศล กล่าวว่า ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่มาช่วยงาน สิ่งหนึ่งที่ทำมาแล้วช่วยให้การทำงานทุกอย่างได้มาตรฐานและดีขึ้นคือการทำคู่มือก่อสร้าง ก่อนที่ลูกค้าจะเซ็นรับงาน จะมีคู่มือแจกแจงอย่างละเอียดว่ามีจุดไหนต้องตรวจบ้าง หากไม่ได้มาตรฐานตามที่ระบุในคู่มือก็ยังไม่ต้องเซ็นรับ พอมีคู่มือมาตรฐานให้ลูกค้าก็ทำให้คนเริ่มเข้าใจและมั่นใจการใช้บริษัทรับสร้างบ้านมากขึ้น

สำหรับปีนี้จะให้ความสำคัญเรื่องการตลาด เพราะ 30 ปีที่ผ่านมาองค์กรไม่ได้มีเทคโนโลยีทางการตลาดที่แปลกใหม่ ปัจจุบันก็เข้าไปใช้เฟซบุ๊กมากขึ้น รูปแบบการใช้ไม่ใช่แค่เพื่อทำตลาดกับคนที่มาสร้างบ้านกับเรา แต่ทำตลาดในเชิงให้ความรู้กับคนที่สนใจสร้างบ้านอื่นเข้ามาดูด้วย เช่น ให้ความรู้เทศบัญญัติการก่อสร้างในรูปแบบอินโฟกราฟฟิก นำเสนอข้อมูลบ้านที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ซึ่งประสบความสำเร็จมีคนนำข้อมูลไปแชร์ต่อจำนวนมาก แม้คนที่มาดูข้อมูลจะไม่ได้สร้างบ้านกับเราแต่อย่างน้อยเมื่อไปสร้างบ้านเองจะได้ไม่เกิดปัญหา และแม้ไม่เป็นลูกค้าในวันนี้ก็อาจมาเป็นลูกค้าในวันหน้าเมื่ออยากสร้างบ้าน

นอกเหนือจากการทำตลาดเน้นสร้างการรับรู้แบรนด์รอแยลเฮ้าส์ อีกสิ่งที่บริษัททำพร้อมกันคือพยายามทำให้องค์กรแข็งแรง ลงทุนระบบที่ทำให้งานในองค์กรที่ทำอยู่ลื่นไหลได้โดยยึดติดกับคนน้อยลง เพราะที่ผ่านมาธุรกิจสร้างบ้านพึ่งพิงคนมาก เช่น งานเอกสารใช้กระดาษมาก กว่าจะค้นเจอก็ใช้เวลา ทำให้ต้องมองว่าควรพึ่งพิงระบบมาช่วย เมื่อระบบเสร็จแล้วก็จะทำให้การขยายตัวของบริษัททำได้ง่ายขึ้น เช่น เอกสารเปลี่ยนไปใช้ระบบไร้กระดาษ ใช้กระดาษให้น้อยที่สุด แล้วนำไอทีมาจัดการแทน

“การรับช่วงต่อธุรกิจจากคุณอา มีความท้าทายสำคัญคือรอแยลเฮ้าส์พัฒนาด้วยคนทำให้เกิดคำถามว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ถ้าคนออกจากบริษัทไปก็จะมีปัญหาได้ แต่ถ้าเป็นการพัฒนาด้วยระบบ ต่อให้คนออกไปข้อมูลต่างๆ ก็ยังอยู่ในระบบ จึงถึงเวลาต้องพึ่งพาเทคโนโลยี ซึ่งเป็นความยากที่จะเปลี่ยนความคิดคนที่เคยทำงานแบบเดิมให้ทำงานกับเทคโนโลยี แต่สิ่งเหล่านี้เป็นผลดีต่อการทำงานระยะยาว จับต้องได้”

โกศล ฝากถึงคนที่ต้องรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัวว่า สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจคนที่เป็นรุ่นบุกเบิกธุรกิจว่ามีแนวคิดอย่างไร อย่าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่ต้องเปิดใจยอมรับความคิดคนบุกเบิกธุรกิจด้วย ไม่ใช่เราเรียนจบเมืองนอกมา มีความเป็นตัวตนสูง รู้สึกว่าตัวเองเก่ง เป็นเช่นนั้นคงจะไปกันไม่ได้ โดยส่วนตัวยอมรับว่าช่วงแรกที่เข้ามาทำงานมีความเป็นตัวตนบ้าง แต่ทำไประยะหนึ่งรู้ว่าทางที่ดีที่สุดคือสร้างสมดุล 2 ฝ่าย คือเราเปิดใจยอมรับความคิดคนรุ่นบุกเบิกและมีความยืดหยุ่น ถึงวันหนึ่งทำไปเรื่อยๆ ผู้ใหญ่เห็นเราตั้งใจทำงาน เห็นความพยายามก็จะไว้ใจเราไปเอง

นี่คือหลักคิดของรุ่นสอง เข้ามาสืบทอดธุรกิจรอแยลเฮ้าส์ นอกจากเรียนรู้การทำงานจากภายนอกมาปรับใช้ในองค์กร ยังนำมาตรฐาน สร้างระบบ ใช้เทคโนโลยีมาปรับการทำงานขององค์กร ให้พร้อมเติบโตได้รวดเร็วขึ้นในยุคดิจิทัล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท