
ส่งออกCLMV ติดลบในรอบ8ปี
ส่งออกตลาดซีแอลเอ็มวีครึ่งปีแรกติดลบ 3.75% ครั้งแรกในรอบ 8 ปี จากปัจจัยลบราคาน้ำมันโลกดิ่ง
ส่งออกตลาดซีแอลเอ็มวีครึ่งปีแรกติดลบ 3.75% ครั้งแรกในรอบ 8 ปี จากปัจจัยลบราคาน้ำมันโลกดิ่ง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทย รายงานสถานการณ์ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 มูลค่าการส่งออกไปยังตลาดกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ติดลบ 3.75% เป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 8 ปี โดยสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงไม่ฟื้นตัว โดยคาดว่าทิศทางการส่งออกไปยังซีแอลเอ็มวีในครึ่งหลังของปีนี้จะกระเตื้องขึ้น จากราคาพลังงานที่น่าจะค่อยๆ ปรับตัวขึ้น โดยศูนย์วิจัยคาดว่าการส่งออกไปยังซีแอลเอ็มวีในปี 2559 จะหดตัวราว 2.5%
สำหรับในระยะต่อไปจากนี้ ยังต้องจับตาการย้ายฐานการผลิตสินค้าไปยังกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี อาจส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างการส่งออกของไทยไปยังกลุ่มประเทศดังกล่าวในระยะยาว ซึ่งเดิมตลาดกลุ่มนี้พึ่งพิงสินค้าที่ผลิตและส่งออกจากไทยเป็นหลัก โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและวัสดุก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม ด้วยเงื่อนไขขนาดของตลาดภายในประเทศที่เล็กซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาคการผลิตภายในประเทศ ทำให้ สปป.ลาว ยังคงเป็นตลาดส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคและวัสดุก่อสร้าง
ที่สำคัญของไทย โดยมี จ.หนองคาย เป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ ที่จะสนับสนุนให้การส่งออกไปยัง สปป.ลาว เติบโตขึ้นในระยะข้างหน้า ผ่านการเป็นศูนย์กลางหน้าด่านการกระจายสินค้าจากฝั่งไทยไปยังนครหลวงเวียงจันทน์และจังหวัดใกล้เคียง
ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของไทยไปยังตลาดซีแอลเอ็มวีตั้งแต่ปี 2553-2558 ขยายตัวโดยเฉลี่ย 10.3% ต่อปี มีสัดส่วนการส่งออกของไทยไปยังตลาดกลุ่มนี้เติบโตขึ้นจาก 6.4% ในปี 2553 เป็น 10.4% ในปี 2558 เช่นเดียวกัน ตอกย้ำถึงความสำคัญของตลาดดังกล่าวต่อภาพรวมการส่งออกของไทยที่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอุปโภคบริโภค การพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของกลุ่มซีแอลเอ็มวีและการเป็นฐานการผลิตร่วมกันภายในภูมิภาค ทำให้สินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้างและอุตสาหกรรมขั้นกลาง กลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย







